นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในส่วนของกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ว่า ตอนที่อยู่เจนีวา ทุกเช้าต้องประชุมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และผู้ว่าจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านไลน์ส่วนตัวโดยตรง ถึงการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด
ส่วนผลจากการประชุมสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอนุทิน ระบุว่า การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ขอให้เป็นเรื่องของกองทัพ
แต่ถ้าหากกองทัพต้องการการสนับสนุน เช่น การปิดด่าน ปิดชายแดน ก็ให้แจ้งมายังผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งพร้อมดำเนินการตามการตัดสินใจของผู้ที่มีอำนาจในสถานการณ์นั้น
ในส่วนของเรื่องขวัญกำลังใจประชาชนขณะนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ประชาชนระยะทางยังห่างจากชายแดนหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งเราได้จัดชุดไปเฝ้าระวัง อย่างกรณีตามวิถีชาวบ้านคือไปหาของป่า ก็มีการแจ้งขอให้งดเว้นสักระยะหนึ่ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนดูแลในส่วนของแนวหลัง เพื่อให้เกิดความมั่นใจถึงความปลอดภัยสูงสุดจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ยังไม่มีกรณีลอบทำร้ายกันระหว่างทั้งสองฝั่ง ประชาชนยังใช้ชีวิตอย่างปกติ
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยรวมถึงมหาดไทยพร้อมใจกันเปลี่ยนโปรไฟล์ เป็นไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องให้กำลังใจกองทัพ เป็นสิ่งที่เราควรทำ ตั้งแต่สมัยคอมมิวนิสต์บุกก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้มีการร้องเพลงปลุกใจกันทั้งวัน อย่างเพลงเปรี้ยง ๆ เสียงฟ้าฟาด หรือ เพลงหนักแผ่นดิน แต่หวังว่ายุคนี้คงจะไม่ถึงขนาดนั้น
ส่วนที่คนมองว่ามีการกระตุ้นให้เกิดการรัฐประหารนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ยังไกลไปที่จะไปคิดเรื่องนี้ ขอให้คิดแต่เรื่องดี ๆ ประเทศไทยก็แถลงการณ์ชัดเจนว่ายังเชื่อในเรื่องของการใช้การเจรจาตามหลักกฎหมายสากลในการยุติข้อขัดแย้ง
และในวันที่ 8 มิ.ย. 68 นายอนุทิน อาจจะลงพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการ หรือไม่ก็ในวันพุธที่ 11 มิ.ย. 68 ซึ่งจะมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัดไปประชุมที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้เกิดความมั่นใจในแนวทางการสนับสนุนส่วนหน้า และแนวทางการดูแลประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด