นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยต่อจำนวนการทำประชามติ 3 ครั้ง จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ ว่า ต้องยอมรับว่ายังไม่สร้างความชัดเจน เพราะยังเกิดการถกเถียงกันว่าจะต้องทำ 2 หรือ 3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม การทำประชามติหลายครั้งก็ต้องใช้ภาษีประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ส.ร. มาจากการเลือกโดยตรงของประชาชนไม่ได้ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยที่แปลก และอาจขัดต่อธรรมชาติของรัฐธรรมนูญ เพราะโดยทั่วไปรัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน
ยิ่งรัฐธรรมนูญมีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนมากเท่าไร ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นมีความหมาย ซึ่งเราไม่อยากให้มีการฉีกทิ้งแบบที่ผ่านมา ดังนั้น การทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญจึงเป็นเรื่องสำคัญ
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นนี้ จึงทำให้เกิดคำถามว่า ประชาชนจะรู้สึกว่าเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ทั้งนี้ ต้องไปดูเหตุผลของศาลในคำวินิจฉัยฉบับเต็ม รวมถึงจำนวนครั้งในการทำประชามติ คงจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าทุกฝ่ายยังมีภารกิจร่วมกันคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"ในเรื่องของ ส.ส.ร. นั้น ตนคิดว่า ไม่น่าจะอยู่ในคำวินิจฉัยของศาล แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมศาลถึงมีคำวินิจฉัยแบบนี้" นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะกระทบกับ MOA ที่พรรคประชาชนทำกับพรรคภูมิใจไทยจนเป็นการตีเช็คเปล่าหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่เห็นผลกระทบอะไร เพราะขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณละเมิดข้อตกลง หรือลักษณะที่จะไม่เกิดการแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่ารีบสรุปว่าจะมีการละเมิด MOA เพราะยังมีเวลาดูว่าแต่ละฝ่ายมีความจริงจังมากน้อยแค่ไหน
ส่วนจะทันภายใน 4 เดือนหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยู่ที่ว่าเราจะทำประชามติกี่ครั้ง และกี่คำถาม แต่เบื้องต้นยังมองว่า 4 เดือนยังทัน
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนแถลงว่า ประชาชนยังเลือก ส.ส.ร. ได้แต่ต้องใช้ทางอ้อม มองว่ามีวิธีการหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด แต่คงต้องดูหลังจากเห็นคำวินิจฉัยเต็ม ย้ำว่าการที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ประชาชนต้องเป็นคนร่าง
เมื่อถามว่ามีการมองว่าพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยดีลกันเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำยาก นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่น่าเกี่ยว ไม่ใช่ผลโดยตรงในเรื่องนั้น เรารู้อยู่แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อบรรดาองคาพยพคณะรัฐประหารปี 57 ยังมีอำนาจในรัฐบาลอยู่ก็ไม่ง่าย แต่เราพยายามสร้างความเป็นไปได้ทุกรูปแบบเท่าที่เป็นไปได้ ยืนยันว่าเราไม่ได้หวังอำนาจ แต่อยากฝ่าวิกฤติออกไป เพราะ 2 ปีที่ผ่านมามันสูญเปล่า
เมื่อถามว่า ที่เป็นแบบนี้มองว่า เพราะเพื่อไทยเป็นผู้ยื่นดาบถามศาลรัฐธรรมนูญเองหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยอยากทำทุกอย่างให้ปลอดภัยที่สุด แต่เมื่อศาลตอบกลับมาแบบนี้ ก็ทำให้เกิดการถกเถียงมากขึ้น จึงยังหาข้อยุติไม่ได้ เราหวังว่าคำวินิจฉัยศาลจะสร้างความกระจ่างให้มากกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ยังยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เข้าใจความปรารถนาของพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตีความคำวินิจฉัยในเรื่องจำนวนการทำประชามติและที่มาของ ส.ส.ร. ไม่ตรงกับพรรคประชาชนจะทำอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่อยากเดา รอดูอีกสักนิดก็จะได้ความชัดเจน
ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยตั้งนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค มาศึกษาคำวินิจฉัยนั้น ตนขอคุยดูก่อน
ทั้งนี้ หากพรรคภูมิใจไทยบิดเบี้ยวการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนพร้อมจะใช้เสียงล้มรัฐบาลหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้รอดู อีกไม่นานก็จะได้ทราบว่าบิดพริ้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวก็หวังว่าทุกคนจะรักษาข้อตกลง