นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีแนวคิดไม่ดำเนินการโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่า ถือเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลใหม่โดยชอบธรรม ว่า จะสานต่อนโยบายของรัฐบาลเดิมหรือไม่ แต่นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย มีจุดประสงค์สำคัญ คือ ลดรายจ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
แม้นายกรัฐมนตรีจะมอง ว่าการช่วยเหลือประชาชนเป็นเรื่องภาระของรัฐบาล โดยการอ้างว่าจะชดเชยให้กับเอกชน แต่หากย้อนไปดูนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ในปี 2566 ก็เสนอนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวัน ที่พูดเอาไว้ด้วยความสวยหรู ว่า รถไฟฟ้าเป็นทางออกของคนกรุงเทพ ที่ทุกคนขึ้นได้และค่าโดยสารต้องไม่เป็นอุปสรรค หรือปัญหาของคนทุกกลุ่ม
พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายออกตั๋วรถไฟฟ้าเป็นตั๋วรายวัน วันละ 40 บาท กี่เที่ยวก็ได้ เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ถ้าจะยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็อยากเรียกร้องให้นำนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดทั้งวันกลับมาใช้ให้ประชาชน เพื่อเป็นการลดภาระให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
แม้พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มี สส. แม้แต่คนเดียวในกรุงเทพ และปริมณฑล แต่นโยบายนี้เป็นการช่วยเหลือช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนในกรุงเทพ และปริมณฑล จึงขอให้รีบปัดฝุ่นนโยบายดังกล่าวมาปรับใช้ แม้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจะมีอายุไม่นานนัก แต่นโยบายนี้จะช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้ นายดนุพรกล่าว
นายดนุพร ระบุถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงพรรคเพื่อไทย ว่าจะเป็นพรรคขาลง และในการเลือกตั้งสมัยหน้าอาจจะเหลือไม่ถึง 100 เสียง หรือ 50 เสียง ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมือง ตนเองขออนุญาตไม่ตอบโต้นักวิชาการ นักการเมืองเหล่านั้น เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และจะนำไปพัฒนาพรรคของเราให้ดีขึ้น
นายดนุพร ยังฝากไปถึงโหวตเตอร์พรรคเพื่อไทย หรือคนที่ยังศรัทธาในพรรค ว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยประสบวิกฤตทางการเมือง พรรคเพื่อไทยเมื่อก่อน เป็นพรรคไทยรักไทย เราถูกปฏิวัติมา 2 ครั้ง ถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ทุกครั้งที่เราถูกวิกฤตทางการเมือง เราสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างเข้มแข็ง และนำทัพพรรคเพื่อไทยลงในสนามเลือกตั้ง และหลายครั้งที่เราชนะในสนามเลือกตั้ง
นายดนุพร กล่าวต่อว่า แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกพรรคบางคนอาจจะมีการเสียใจบ้างที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกจากตำแหน่ง และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าไปสู่การจองจำอีกครั้งหนึ่ง แต่ขอย้ำว่า พรรคของพวกเรา พร้อมที่จะลุกขึ้นยืน และเข้มแข็งอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือน เพราะเรายังมั่นใจว่าหัวใจของเรายังเป็นพี่น้องประชาชน เราจะนำเสนอนโยบายดี ๆ เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนที่ลำบาก เราไม่สามารถทิ้งประชาชนที่สนับสนุนเรา และคนรากหญ้าให้ลำบากได้เพียงลำพัง เราพร้อมที่จะลุกขึ้นเข้มแข็งอีกครั้งในเร็ววัน พวกเราพร้อมเดินหน้าต่อ แม้เราจะประสบปัญหานานาประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้ทุกคนได้เป็นกำลังใจให้พวกเรา หากพร้อมแล้ว เจอกันในสนามเลือกตั้งแน่นอน
เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงรัฐบาลชุดใหม่ ในการแก้ไขปัญหาชายแดนหรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมีการเปิดด่านเลยหรือไม่ ซึ่งเป็นการเรียกร้องของ สส. บางคนของพรรคประชาชน แต่ก่อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเรื่องชายแดน จะให้สิทธิ์ของคณะกรรมการชุดหนึ่งในการพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะปิดเปิดด่านอย่างไร และคงต้องรอความชัดเจนจากการนำรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร และวันนี้หัวหน้าพรรคแกนนำพรรค และ สส. ในบริเวณชายแดนยังสั่งให้ สส. ได้ติดบริเวณชายแดน และดูแลพี่น้องประชาชนที่ยังเกิดความหวาระแวง และยังให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด