นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความนิยมพรรคเพื่อไทย ที่สืบเนื่องจากการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดเชียงรายเมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมาว่า เป็นสิ่งที่ยืนยันที่เคยได้พูดไปว่า ภาพรวมทั้งหมดยังไม่ได้กระทบ และฐานเสียงของพรรคไทยยังคงอยู่ ขณะเดียวกันหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะมาทบทวนงานการเมืองและเชื่อว่า สส. จะช่วยกันปรับปรุงสร้างพรรคให้แข็งแรง ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เลือดไหลจากพรรค ยืนยันยังไม่มีข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวมีเพียงแต่กระแสข่าวลือที่ทำให้เกิดความสับสน
นายภูมิธรรม ยังยอมรับถึงข้อเท็จจริง กรณีความไม่พึงพอใจของ สส. ภายในระบบปัญหาการจัดการในพรรค แต่หลังจากนี้ช่วยกันแก้ไข และชี้แจงว่าก่อนหน้านี้แกนนำพรรคเข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร อาจขาดเรื่องความเชื่อมโยงกับในพรรค เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน
ส่วนผลโพลคะแนนพรรคเพื่อไทยตกรองจากพรรคภูมิใจไทย ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นช่วงขาลง ส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า นายภูมิธรรมระบุว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาสะท้อนได้ว่าผลโพลไม่ถูกต้อง ที่จะบอกว่าพรรคประชาชนจะออกมาเป็นอันดับหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยเป็นอันดับสอง ผลการเลือกตั้งเมื่อวานนี้สะท้อนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังทิ้งห่างจากพรรคประชาชน 2 เท่าตัว โดยมองว่าการทำโพลไม่ควรทำเพราะเป็นการชี้นำ เชื่อว่าคะแนนแฟนคลับพรรคเพื่อไทยไม่ได้ห่างหายไปไหน ยังคงรักศรัทธาพรรค
แต่อยู่ที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในทิศทางที่สมาชิกพรรคยังศรัทธาอยู่หรือไม่ โดยเชื่อว่ายังมีอยู่เต็มเปี่ยม แต่ก็ต้องปรับปรุงที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ เป็นพรรคที่ได้รับการยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยได้มากขึ้น
“ที่ผ่านมาแม้จะมีการกล่าววิพากษ์วิจารณ์บ้างว่าพรรคเพื่อไทยมีปัญหาไม่สามารถทำตามนโยบายได้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาต้องบอกว่า พยามทำหลายเรื่องตั้งแต่เข้ามา นโยบายเกือบทุกส่วนพยายามผลักดันแต่พบว่ามีอะไรหลายอย่างที่ไปสู่เป้าหมายเพราะมีอุปสรรค เพราะมีกลไกที่ขัดขวางการทำงาน แม้กระทั่งผลร่วมรัฐบาลด้วยกัน” นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวถึง สถานการณ์พรรคเพื่อไทย ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นช่วงขาลงจะเรียกศรัทธาให้กลับมา ได้หรือไม่ว่า พรรคไม่ได้กังวลใจเรื่องขาขึ้นขาลง ได้เก็บปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นและแข่งกับตัวเอง พร้อมกับหวงแหนความรักความศรัทธาจากประชาชนที่ให้กับพรรคเพื่อไทย สิ่งที่มีปัญหาหรือความน้อยใจ หรือการดำเนินการที่ละเลยบางอย่างจะได้รับการแก้ไข ขอให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของพรรคเพื่อไทย หลังจากที่กลับมาเป็นฝ่ายค้าน
ตอนนี้ยังมีเวลาเหลือ หากรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกุล รักษาสัญญาของพรรคประชาชนยุบสภาภายใน4 เดือน การปรับปรุงพรรคเพื่อไทยก่อนการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จะกลับมาในรูปแบบของพรรคไทยที่เคยทำเพราะแกนนำกลับมาหมดแล้ว ขณะพูดคุยแต่ละส่วนเพื่อเตรียมวางแผนทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มภาคภูมิ และเตรียมการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ หากสัญญาตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่ผิดเพี้ยน
นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีข้อสังเกต ว่านายทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้พรรคเดินหน้าต่อได้ ว่าไม่ได้เริ่มต้นจากการติดคุกเป็นคนละเรื่อง อย่างไรพรรคไทยก็เดินต่อได้ แต่สิ่งที่นายทักษิณตัดสินใจคือเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็ยอมรับที่ตัดสินมา เพื่อให้จบเรื่องนี้สักที เพราะเป็นเรื่องที่เป็นเงาติดตัวนายทักษิณตลอด
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีการกลับเข้าเรือนจำ เรียกคะแนนสงสารแก่นายทักษิณนั้นว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่รักนายทักษิณและคนที่เห็นอกเห็นใจพรรคเพื่อไทย การต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมาตั้งแต่ไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองที่นายกรัฐมนตรีถูกกระบวนการยุติธรรมตัดสินและทำให้พ้นจากตำแหน่งมากที่สุด หลังจากนี้ประชาชนต้องเฝ้าดู ยืนยันเดินหน้าอย่างเต็มที่ เชื่อว่าศรัทธาจากประชาชนไม่หายไปง่ายๆ และจะเดินหน้าฟื้นฟู
จะบอกว่าคนสงสารหรืออะไร คนเขาเห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ต่อสู้ด้วยระบบประชาธิปไตยอย่างยาวนานและเห็นว่าถูกกระทำมาโดยตลอด การที่ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยถูกตัดสินครั้งนี้สิ่งที่ออกมาน่าจะเป็นเรื่องความเห็นใจและความยอมรับรู้สึกว่าเป็นพรรคการเมืองที่ต่อสู้ด้วยระบอบประชาธิปไตยและเผชิญกับอุปสรรคนานาประการ
“ความเห็นใจตรงนี้จะแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรต้องติดตามดู ต้องยอมรับว่านายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยมีทำสิ่งต่างๆให้กับสังคมไทยเป็นสิ่งที่จดจำและใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน” นายภูมิธรรมกล่าว