ประท้วงวุ่น! หลัง “ทวี” อภิปรายคดีเขากระโดง - ฮั้ว สว.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ประท้วงวุ่น! หลัง “ทวี” อภิปรายคดีเขากระโดง - ฮั้ว สว. ด้าน สส. พรรคภูมิใจไทยแย้งไม่เกี่ยวกับนโยบาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะฝ่ายค้าน ได้อภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีว่า จากที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะเป็นรัฐบาล 4 เดือน แต่จากนโยบายเหมือนจะอยู่ 4 ปี และเริ่มพร้อมงบประมาณ 1 ต.ค. 2569 งบประมาณใหม่ 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการแถลงโยบายที่อย่าขายฝัน เป็นนโยบายของคนโกหก เพราะถ้ามีนโยบายแล้วไม่มีงบประมาณ ยิ่งเลวร้าย

 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ YT/ TPchannel
ประท้วงวุ่น! หลัง “ทวี” อภิปรายคดีเขากระโดง - ฮั้ว สว.

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในเวลา 4 เดือนยุบสภา ต้องคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำคืออะไร ต้องทำอะไร ไม่ควรทำอะไร โดยระบุว่า สิ่งที่ควรทำอะไร คือต้องประกาศให้เห็นว่า คณะรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต รัฐบาลต้องบริหารงบประมาณ 3.78 ล้านล้าน บาท รัฐบาลควรไปทำงานประจำให้ดีขึ้น เพราะมีเวลา 4 เดือนเท่านั้น

"ส่วนสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรทำ คือไม่ใช้กฏหมายอยู่เหนือความยุติธรรม การไม่ใช้อำนาจไปแทรกแซงใดๆ อย่างที่ท่านแถลงว่าจะรักษาหลักยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ให้ถือว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำผิดวินัยร้ายแรง โดยเฉพาะการใช้กฏหมาย ในหลักกฏหมายจะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนเข้ามาไม่สัตย์ซื่อ ไม่ธำรงไว้ในหลักยุติธรรม กฏหมายนั้นไม่มีประโยชน์ เราจะเห็นรายชื่อของคณะรัฐมนตรีหลายคน มีความสงสัยในความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์​ มีการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกหยิบประเด็นนี้ขึ้นมา"

พร้อมกล่าวต่อว่าประสบการณ์ส่วนตัว อย่างน้อยมีรัฐมนตรี 7-8 คน ที่มีความน่าห่วงใย ตนจึงจะหยิบเรื่องใน 4 เดือนที่เห็นว่าเป็นเรื่องที่อาจจะทำ ไม่ใช่แค่ความห่วงใย แต่เห็นว่าเป็นเสถียรภาพของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ทั้ง 2 เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่ได้ "เรื่องแรกที่ฝาก นายกรัฐมนตรีคือ อดีตเป็นบทเรียน ผมเชื่อว่านายกฯ และรองนายกฯ บวรศักดิ์ ออกมายืนยันแล้วว่าที่ดินเขากระโดง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีบางคนว่าไม่เกี่ยวกับกรมที่ดิน  เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคมที่คุมการรถไฟ"

พ.ต.อ.ทวี ได้ยกคำพิพากษาศาลยุติธรรม 9 ฉบับ โดยมีผู้พิพากษา 24 ท่าน ที่ต่างเป็นนักปราชญ์ด้านที่ดิน ออกมาตัดสินแล้วว่าที่ดินเขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ เป็นที่ดินการรถไฟที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ และที่ดินรถไฟเกิดมาก่อนประมวลกฏหมายที่ดิน แต่เมื่อผู้พิพากษา 24 คน ผ่านการตัดสิน 9 คำพิพากษา บอกว่าที่ดินนี้เป็นที่ดินการรถไฟล้นเกล้า ร.6 พระราชทาน อ่านแล้วน้ำตาจะไหลว่าเราจะช่วงชิงที่ดินนี้เชียวหรือ และศาลที่สั่งครั้งสุดท้าย คือศาลปกครอง และคู่ความไม่ได้อุทธรณ์พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องที่ 2 คืออธิบดีกรมที่ดิน...

แต่ไม่ทันที่ พ.ต.อ.ทวี จะพูดจบ นายสนอง เทพอักษรณรงค์  ส.ส.จ.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า วันนี้นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาล ไม่มีประเด็นเหล่านี้ในนโยบาย เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีบอกแล้วว่าไม่แทรกแซง ไม่มีใครแทรกแซง ตัวท่านต่างหากที่แทรกแซงจนศาลสั่งปฏิบัติหน้าที่ 

พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า การอภิปรายเรื่องนี้ เพราะอยากให้บริหารให้ดี เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อมาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยก็เป็นหน้าที่โดยตรง  ซึ่งการที่ศาลปกครองบอกให้กรมที่ดิน ทำตาม ม.61 ตามประมวลกฏหมายที่ดิน กรมที่ดิน ที่ถือเป็นรัฐต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งได้ตั้งกรรมการแต่ไม่สำรวจแนวเขต ทั้งๆ ที่ถูกตัดสินจาก 9 ศาลแล้ว แต่กรรมการชุดนี้ทำตามอำเภอใจไม่ฟังคำพิพาษาศาล

พ.ต.อ.ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า ใน 21 ต.ค. 2567 อธิบดีกรมที่ดินสั่งยุติ ทั้งที่การรถไฟฯ กำลังสำรวจ แต่ไม่ปฏิบัติตามกฏหมายให้ครบ เป็นเหตุให้นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องมาดูให้ทำ และมีคนไปร้องทุกข์ว่าสนามกีฬาช้างมีร่องรอยสร้างทับที่ในวันที่ 3 ก.ย. 2568 ก่อนในวันที่ 5 ก.ย. 2568 เป็นวันที่เลือกนากยกรัฐมนตรี แต่หลังจากนั้นกรมที่ดินไปขอยุติ

จากนั้นก็เกิดการประท้วงวุ่นของ สส.พรรคภูมิใจไทย ทั้งนายสนอง รวมถึง น.ส.แนน บุญญิตา สมชัย สส.อุบลราชธานี ที่ย้ำว่า การอภิปรายของ พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล ขณะที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นประท้วงกลับว่าผู้ประท้วงไม่ระบุข้อบังคับ ทำให้นายสนอง ออกมาระบุว่า เป็นการประท้วงอภิปรายวนเวียนซ้ำซาก ฟุ่มเฟือย โดยขณะนั้น นายมงคล สุรสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

ต่อมา พ.ต.อ.ทวี กล่าวย้ำว่า การอภิปรายคดีเขากระโดง อยู่ในนโยบายที่รัฐบาลระบุว่าจะไม่ใช้กฏหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ทางการเมือง พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน เกี่ยวกับประโยชน์ทางการเมือง เพราะนายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็มีบ้านอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ มีที่ดินอยู่ในที่นี้ด้วย จึงอยากฝากนายกรัฐมนตรีว่าจะไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง แต่ส่งผลกระทบความเสียหายของรัฐที่การรถไฟสูญเสียที่ดินกว่า 5,000 ไร่ ทำให้โฉนดเป็นโมฆะ เป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐ

หลังจากนั้น พ.ต.อ.ทวี ได้อภิปรายเรื่องคดีฮั้ว สว. โดยย้ำว่าเป็นการกระทบเสถียรภาพฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารที่กระทบไปถึงองค์กรอิสระ แต่หลังจากอภิปรายไม่นาน สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นมาประท้วง เริ่มจากนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จ.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในนโยบายรัฐบาล ทำให้ประธานในที่ประชุม มาย้ำด้วยว่า ขอให้ พ.ต.อ.ทวี อภิปรายในประเด็น เพราะเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คดีฮั้ว สว.ยังเกี่ยวกับคนในคณะรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับคดีอั้งยี่ด้วย และมีหลักฐานโพยฮั้ว จนถูกประท้วงอีกครั้ง ทำให้ประธานในที่ประชุมว่า รัฐบาลยังไม่ได้บริหารประเทศขอให้เข้าประเด็น จากนั้นนายอดิศร เพียงเกษ สส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่าการฮั้ว สว.เกี่ยวข้องกับประธานในที่ประชุม นายมงคล สุระสัจจะ ขอให้งดการทำหน้าที่ เพราะจะไม่เป็นกลาง ขอให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาทำหน้าที่เป็นประธาน

หลังจากนั้น นางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ก็ร่วมประท้วงด้วย โดยเห็นว่าผู้อภิปรายได้อภิปรายนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้แล้วในประเด็นนิติรัฐ นิติธรรม โดยถามว่ารัฐบาลจะทำได้อย่างไร เพราะมีคนที่เกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ และในจำนวนนั้นมีประธาน มีชื่อในผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จึงเข้าใจว่าคนที่ประท้วงมีความร้อนตัว เพราะมีคดีความ ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วยความเป็นกลาง

หลังจากนั้นมีการประท้วงวุ่นวายอีกระยะ และนายมงคล ในฐานะประธานที่ประชุม พ.ต.อ.ทวี อภิปรายจนจบ โดยย้ำว่าในคดีฮั้ว สว. มีผู้ถูกกล่าวหา ที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีขออย่าให้ไปแทรกแซงคดี ตามที่มีเวลาเพียง 4 เดือน เพราะเป็นมหันตภัยที่ไม่เคยเกิดในสังคมไทย พร้อมฝากที่นายกรัฐมนตรีมีนโยบายกัญชา ทำให้เป็นตราบาปของสังคมไทย ถ้าเราไม่ควบคุมจะเป็นหายนะของสังคมไทย

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย YT/ TPchannel
ประท้วงวุ่น! หลัง “ทวี” อภิปรายคดีเขากระโดง - ฮั้ว สว.

เวลา 13.42 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงกรณี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อภิปรายถึงกรณีเขากระโดง ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนหรือแม้แต่ สส. มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน และทำให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเขากระโดงถือเป็นมหากาพย์ ถูกพูดถึงว่าเป็นที่หลวง มีประชาชนเข้าไปบุกรุก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเข้าใจไม่ตรงกัน ทั้งนี้หากที่ดินเป็นที่หลวงจริงๆ ใครจะเข้าไปครอบครองต่อเนื่อง ครอบครองปรปักษ์จับจองกี่พันปีก็เป็นเจ้าของไม่ได้

ทั้งมีการอ้างถึงเป็นที่พระราชทานให้กับการรถไฟ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2462 และต่อเนื่องจนถึงมีการออก สค.1 เมื่อปี 2498 หลังมีประมวลกฎหมายที่ดิน และมีข้อพิพาทกันจนในที่สุดมีคำพิพากษา ซึ่งเรื่องนี้คนที่พูดเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งการพูดการแสดงออกต้องพูดให้ครบ หากพูดไม่ครบคนที่ฟังจะเกิดความสับสน และหากเกิดเข้าใจไปในทิศทางที่ท่านพูด คือเมื่อศาลตัดสินไปแล้วต้องทำตามคำพิพากษาของศาล เป็นสิ่งที่ตนเห็นด้วย แต่ต้องดูว่าคดีความที่เกิดขึ้นกับเขากระโดง มี 3 คดี ที่ศาลตัดสินพิพากษาคดีไปแล้ว แต่ไม่มีคดีไหนที่ศาลตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟ เพราะคนไปฟ้องคดี จนศาลตัดสินถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกา ตัดสินอันสืบเนื่องมาจากคนมีที่ดินที่เป็น ส.ค.1 หรือ น.ส.3 เนื่องจากต้องการออกโฉนด จึงได้ฟ้องศาลเพื่อขอให้กรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดินจังหวัดออกโฉนดให้ ทางการรถไฟฯ ไปคัดค้าน ซึ่งศาลตัดสินว่าที่ดินดังกล่าวไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ซึ่งเรื่องที่ดินเขาโดงกรมที่ดินได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินให้ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ของการรถไฟ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มี

ส่วนการดำเนินตามมาตรา 61 เรื่องการเพิกถอน เช่น วรรค 8 ที่ศาลตัดสินที่ดิน ที่มีโฉนดเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์สามารถเพิกถอนได้ ตามคดีที่เป็นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งกรมที่ดิน ดำเนินการเรียบร้อย ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น ศาลไม่ได้มีการสั่งให้เพิกถอน แต่ศาลสั่งให้อธิบดีกรมที่ดิน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรค 2 เรื่องที่มีการพิพาทกัน ว่าสามารถเพิกถอนได้หรือไม่ ซึ่งกรมที่ดินได้มีการดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามกฎหมาย และให้การรถไฟชี้แนวเขต

แต่ทราบมาว่าการรถไฟไม่สามารถชี้แนวได้อย่างชัดเจน และขอให้การรถไฟฯ แสดงการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟ ซึ่งการได้มาไม่เหมือนของประชาชน มีกฎหมายเฉพาะ และไม่มีกฎหมายในการครอบครองเพราะเป็นเรื่องของประชาชน ซึ่งการรถไฟจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินหรือทรัพย์สิน ต้องได้มาตามกฤษฎีกาจัดวางรถไฟและทางหลวง ซึ่งทำให้คณะกรรมการตามมาตรา 61 ไม่สามารถเพิกถอนได้ และมีการออกคำสั่งไม่เพิกถอน ในที่สุดการรถไฟฯ จึงมีการฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางการปกครอง ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการทางศาล

“ ทั้งนี้หลังจากที่ตนพ้นจากการเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นการแถลงข่าวของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตามคณะกรรมการอะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ ไม่มีกฎหมายรองรับ และให้เพิกถอนโฉนดต่างๆ ในที่ดิน 995 แปลง 5,083 ไร่ ซึ่งตนได้ติดตาม แต่มีคำสั่งจะเพิกถอนทันที จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเพิกถอน พร้อมย้ำว่ากรมที่ดิน ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลเรียบร้อย และยืนยันว่าในช่วงที่นายกรัฐมนตรีและตน เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีการเน้นย้ำให้กรมที่ดินดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด”

ด้าน พ.ต.อ.ทวี ลุกขึ้นชี้แจงต่อว่า ตนไม่ทราบว่านายทรงศักดิ์ได้ดูคำพิพากษาหรือไม่ ประเทศไทยมีศาลคู่คือศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ซึ่งศักดิ์ของคำพิพากษาเหมือนกัน ในคำพิพากษาของศาลปกครองหน้า 29 - 30 ผู้ฟ้องคดีคือการรถไฟเข้าคอบครองที่ดิน ตั้งแต่ พ.ศ. 2462 ขณะนั้นประเทศไทยใช้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนกระทั่งบอกว่าที่ดินทั้ง 5,300 ไร่เป็นที่ดินของการรถไฟต้องถือแสดงแนวเขต  ถือว่าศาลวินิจฉัยสิ้นสุดแล้วถือว่าศาลสั่งทั้ง 5,000 กว่าไร่ ไม่ใช่รายแปลง อธิบดีกรมที่ดินก็จะต้องเข้าไปดูแลบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 61 ตามประมวลที่ดินในการเพิกถอน เพราะถือเป็นที่ของการรถไฟ  ตนจึงอยากให้กลับไปดูอีกครั้ง เพราะตนได้นำคณะผู้พิพากษามาดูเรื่องนี้ทั้งหมด ซึ่งทุกคนเห็นว่าทำไมทำให้คำพิพากษาเป็นเพียงกระดาษทิชชู่  แต่ท้ายที่สุด มีการปฏิบัติตามคำพิพากษาส่งแผนที่รับรองไปแล้ว แต่กลับมีการยุติเรื่องดังกล่าว ตนอยากจะฝากเอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จบแค่นี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ