นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) และคณะ เดินทางถึงวัดท่าดินแดง ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยเมื่อเดินทางถึงนายกรัฐมนตรี (นายกฯ)ได้ทักทายประชาชน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี (นายกฯ) กล่าวว่า วันนี้ถือว่ามาดูสถานการณ์น้ำท่วมในเขตจังหวัดภาคกลาง แม้ว่าทุกท่านได้ประสบสถานการณ์จากภัยน้ำท่วม ซึ่งปีนี้ยาวนานกว่าทุกๆปี คณะรัฐมนตรี(คณะรัฐมนตรี (ครม.)) รับทราบถึงปัญหาอย่างดี
จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละท่านดูแลปัญหาน้ำท่วมตามเขตพื้นที่ในแต่ละจังหวัด พร้อมให้อำนาจในการตัดสินใจที่จะแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องทั้งหลายหมดสิ้นไปเร็วที่สุด ยอมรับว่าการบริหารจัดการเรื่องน้ำเรายังมีความไม่สมบูรณ์อย่างมากและยังมีอีกหลายจุดที่ต้องร่วมกันแก้ไข ซึ่งตนจะนำไปเร่งหาวิธีแก้ไข และเร่งอนุมัติให้โครงการทั้งหลายเกิดขึ้น เพื่อจะทำให้การไหลเวียนของน้ำการระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ไม่ทำความเดือดร้อนให้กับ ประชาชน
และเชื่อว่าแม้ว่าเราจะสู้กับธรรมชาติได้ไม่ทั้งหมด แต่จะทำสุดความสามารถเพื่อให้เกิดความเดือดร้อนเกิดขึ้นน้อยที่สุด และขอชื่นชมพ่อแม่พี่น้องที่เสียสละไร่นาเป็นพื้นที่รับน้ำไม่กระจาย ไปในพื้นที่เศรษฐกิจ ขอบคุณในความเสียสละ ทุกคนเครียด เจ็บปวด พวกตนอยู่ตรงนี้ มีความเจ็บปวดเหมือนกัน ยิ่งมาพบกับพ่อแม่พี่น้องในทางกายภาพ ความเป็นอยู่ แย่กว่าพวกตนแน่นอน อย่างน้อยบ้านในกรุงเทพฯน้ำไม่ท่วม ที่นี่พี่น้องน้ำท่วมบ้านทุกคน แต่ยังมีรอยยิ้ม ขอให้มั่นใจตนดีใจที่เห็นพี่น้องยิ้มได้ แม้เจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ยังให้กำลังใจตนซึ่งไม่รู้จะพูดยังไง ย้ำว่าจะเร่งจัดการให้มีการอนุมัติโครงการให้เร็วที่สุด
นายกรัฐมนตรี (นายกฯ) กล่าวต่อว่า และช่วงนี้ไม่น่าจะมีอะไรหนักๆเข้ามา จำนวนปริมาณฝนน่าจะลดน้อย คิดว่าปริมาณน้ำจะลดลงใน 1-2 สัปดาห์จะไม่ให้มีเหตุการณ์ที่ซ้ำเติมอีก และได้สั่งการแล้วให้ทาง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง จัดงบประมาณช่วยเหลือเยียวยา เพิ่มเติมให้ 9,000 บาทที่ได้แล้วก็แล้วไป แต่จะมีมาอีก ในส่วนที่บ้านเรือนจมมามากกว่า 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน 4 เดือน เป็นขั้นบันไดโดยจะดูแลเป็นรายเดือนให้กับพ่อแม่พี่น้องและจะเร่งอนุมัติงบประมาณ ซึ่งเป็นอำนาจของตนล้วนๆ ในงบกลางที่สามารถนำมาช่วยเหลือประชาชน เพื่อลดความเดือดร้อนถือเป็นเรื่องเร่งด่วน วันนี้ตนทำหน้าที่รับผิดชอบคุณภาพชีวิตพ่อแม่ พี่น้องจะใช้อำนาจที่มีอยู่ทำสิ่งที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนให้หายไปให้มากที่สุด ขอให้รออีกไม่นานจะดูให้ครบทุกเดือนเป็นรายเดือนไม่เกิน 2 สัปดาห์เงินช่วยเหลือกลับมาถึงพ่อแม่พี่น้อง
“ผมมีภารกิจรัดตัวเพียงใดก็จะต้องมาพบกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อให้เห็นกับตาตัวเองว่าสถานการณ์น้ำท่วมมันหนักหนาสาหัสเพียงใด เวลาไปสั่งงานแล้วเราเห็นหน้างาน มันก็จะทำให้เราสามารถที่จะเพิ่มความคิดเข้าไป หรือว่าคอยเถียงเขา ถ้าเขาบอกมันไม่ใช่ เราก็จะได้บอกว่า นี่ไงผมไปเห็นมากแล้ว บอกไม่ใช่ได้ยังไง
"ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย)มันก็สั่งได้แค่นี้ วันนี้เป็นนายกรัฐมนตรี (นายกฯ)แล้ว สั่งให้หมด ใครไม่ทำน่าดู ไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะปีหน้าเลือกตั้ง ปีหน้าต้องไปเลือกตั้ง เพราะวันที่ 31 ม.ค. 69 ยุบสภาคืนอำนาจให้กับพ่อแม่พี่น้อง ถ้าพวกเราทำงานไม่ดี ไม่ต้องเลือกกลับมา แต่ถ้าทำดีเลือกกลับมาให้ครบจะได้มาทำต่อ ท้ากันอย่างงี้เลย พี่น้องเป็นคนตัดสินใจ ผมตัดสินใจอนาคตพวกผมไม่ได้ ถ้าไม่เลือกผม ผมก็ต้องไปหางานทำ ไปขายของเซเว่น ไปขายของบิ๊กซี แมคโดนัลด์ หรือมานั่งขายสายไหม ขายก๋วยเตี๋ยวเลย ไม่มีปัญหา แต่เชื่อว่าสิ่งที่เราทำทั้งหมด ด้วยหัวใจที่มีอยู่ ด้วยความสำนึกที่พ่อแม่พี่น้องมีพระคุณกับพวกผมจะเลือกพวกผมมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ทั้งหมด ถ้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนไม่ได้ ก็อย่าไปเป็นมันเลย ไปขายเต้าฮวยดีกว่า ทำประโยชน์ได้มากกว่า ให้คนอื่นได้กินเต้าฮวยอร่อยบ้าง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนมีเลือดเนื้อเชื้อไข นักการเมืองใหญ่ที่มีจิตใจ มีหัวใจที่ต้องการรับใช้ประชาชน"นายอนุทิน กล่าว
ต่อมานายกรัฐมนตรี (นายกฯ)มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ก่อนเดินไปมอบถุงยังชีพประชาชนที่พายเรือมารับถุงยังชีพ 3 ลำ
จากนั้นเวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรี (นายกฯ) เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำและการแก้ปัญหาสถานการณ์อุทกภัยบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ว่าการอำเภอผักไห่ ตำบลผักไห่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร.