หลังเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 การประชุมวาระแก้รัฐธรรมนูญประสบปัญหา รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทูลเกล้ายุบสภาฯ ล่าสุดวันที่ 12 ธ.ค. 68 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของรัฐบาลที่เลือกจะปัดทิ้งภาระความรับผิดชอบและหลีกหนีการตรวจสอบ โดยการยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาการปะทะชายแดนและน้ำท่วมที่ยังแก้ไขไม่เสร็จสิ้น
นายจุลพันธ์ย้ำว่า การยุบสภาครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลไม่ต้องถูกตรวจสอบ
นายจุลพันธ์ระบุว่า MOA ที่เกิดขึ้นระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนนั้น เป็นการดีลการเมืองที่พังพินาศที่สุดเท่าที่เคยมีมา และขัดต่อหลักการทางประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยเห็นมาโดยตลอดว่าดีลนี้มีแต่จะล้มเหลว และได้แสดงความสงสัยมาโดยตลอดเกี่ยวกับความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขและร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ความไม่จริงใจดังกล่าวปรากฏชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจ สว. 1 ใน 3 เพื่อเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากมีมติให้ตัดอำนาจดังกล่าว ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีมติสวนทางกับ กมธ.เสียงข้างมาก
โดยนายจุลพันธ์กล่าวแสดงความผิดหวังต่อพรรคประชาชน โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยเคยมีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งขอให้พรรคเพื่อไทยชะลอการยื่นญัตติ 151 และหากการลงมติมีปัญหาและพ่ายแพ้ จะมาร่วมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจกับพรรคเพื่อไทย แต่ปรากฏว่าเมื่อผลโหวตแพ้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กลับเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาแทน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ นายจุลพันธ์มองว่าคือการ “ปล่อยหนูเข้าป่า” หรือการเปิดโอกาสให้รัฐบาลสามารถยุบสภาได้ทันทีเพื่อไม่ต้องถูกตรวจสอบ พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่น ๆ ที่ลงชื่อพร้อมจะตรวจสอบรัฐบาล แต่ต้องรอท่าทีของพรรคประชาชน
นายจุลพันธ์ยังชี้ว่า การยุบสภาทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาวะสูญญากาศ ทั้งที่หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปัญหาประเทศ เช่น เรื่องชายแดนและน้ำท่วม ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยต้องรับผิดชอบทั้งคู่ เนื่องจากผลจากการยุบสภาทำให้ พรรคภูมิใจไทยได้สั่งสมกำลัง เสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มอนุรักษ์นิยม และได้โยกย้ายข้าราชการเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้ง ขณะที่ประชาชนคนไทยไม่ได้อะไรเลยตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับจุดยืนของพรรค นายจุลพันธ์ประกาศว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งแล้ว และขอให้พี่น้องประชาชนอย่าสิ้นหวัง แต่ใช้เวทีเลือกตั้งนำพาประเทศกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
ส่วนประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยมีการพูดคุยเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งจากสถานการณ์ชายแดน นายจุลพันธ์ย้ำว่า กลไกตามรัฐธรรมนูญไม่ได้สะดุดติดขัด รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน (คาดว่าจะเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) แม้ว่าจะมีเหตุฉุกเฉินในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่ง เช่น สงครามหรือน้ำท่วม ก็สามารถเลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะจุดนั้นได้ แต่ไม่กระทบการเลือกตั้งภาพรวม
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่อง คำถามประชามติ นายจุลพันธ์กล่าวว่ากระบวนการผ่านญัตติในสภาจบลงด้วยดีแล้ว เมื่อรัฐสภาส่งคำถามไปให้รัฐบาลแล้ว รัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดังนั้น วันนี้จึงไม่จำเป็นต้องถามหาความจริงใจของรัฐบาลอีกต่อไป โดยความจริงใจของรัฐบาลนั้นหมดไปตั้งแต่เข้าสู่ MOA และกระบวนการลงมติมาตรา 28 เมื่อคืนแล้ว