Top-Election69Result Top-Election69Result

ผู้ว่าฯขอนแก่น สั่งสอบด่วน “สารวัตรกำนัน” ลงสมัคร สส.-ตั้งกลุ่มไลน์สั่งการ ผญบ.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้ว่าฯขอนแก่น สั่งตรวจสอบด่วน ปมร้องเรียนมีชื่อ “สารวัตรกำนัน” โผล่เป็นผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์-ตั้งกลุ่มไลน์สั่งการผู้ใหญ่บ้าน 19 หมู่บ้าน

วันที่ 13 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกรณีสังคมออนไลน์ให้ความสนใจ หลังเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ชุมชนข่าวขอนแก่น” ได้เผยแพร่เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับข้าราชการฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครองในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนพรรคการเมือง และมีรายชื่อปรากฏในลำดับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง

สารวัตรกำนัน สตริงเกอร์ ขอนแก่น
“สารวัตรกำนัน” โผล่เป็นผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์-ตั้งกลุ่มไลน์สั่งการผู้ใหญ่บ้าน 19 หมู่บ้าน

โดยในโพสต์ดังกล่าว มีการเผยแพร่ภาพการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งปรากฏการสื่อสารระหว่างผู้สมัคร สส.เขต กลุ่มข้าราชการฝ่ายปกครอง และการดึงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ 19 หมู่บ้านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงมีชื่อผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครอง อันถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ซึ่งเพจดังกล่าวตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของฝ่ายปกครอง พร้อมระบุรายละเอียดการร้องเรียน อาทิ การตั้งกลุ่มไลน์ระหว่างฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน และว่าที่ผู้สมัคร สส., การสั่งการหรือเอื้ออำนวยกิจกรรมและการลงพื้นที่ของผู้สมัคร, การเรียกเก็บเงินจากผู้นำชุมชนเพื่อนำไปคัดสำเนาทะเบียนราษฎร์ (ทร.14), การใช้ข้อมูลรายชื่อประชาชนเป็นฐานข้อมูลทางการเลือกตั้ง, การส่งผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครองเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวพรรคการเมืองในวันและเวลาราชการ, การพบชื่อผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครองเป็นผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 9, การแสดงการสนับสนุนทางการเมืองผ่านไลน์กลุ่มฝ่ายปกครอง–สส. รวมถึงการรวบรวมหัวคะแนนและรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นอกจากนี้ผู้ร้องเรียนยังระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดทั้งของข้าราชการฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครอง โดยมีลักษณะรู้เห็นเป็นใจ ส่งเสริม หรือไม่ยับยั้งการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 153 พร้อมยืนยันว่ามีหลักฐานเป็นกลุ่มไลน์ ข้อความสั่งการ ใบเสร็จรับเงิน เอกสารทะเบียนราษฎร์ และภาพที่ปรากฏในสื่อ แม้บางส่วนจะถูกลบออกจากโซเชียลมีเดียแล้ว แต่มีผู้บันทึกข้อมูลไว้ได้ทัน ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก และสังคมจับตาว่าจะมีการตรวจสอบอย่างจริงจังหรือไม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สตริงเกอร์ ขอนแก่น
นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น

ด้านนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า มีประชาชนส่งหนังสือร้องเรียนทางไปรษณีย์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งหนังสือเพิ่งมาถึงหน้าห้องทำงาน แม้ตรวจสอบแล้วพบว่าถูกส่งมาตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์ จากรายละเอียดในหนังสือร้องเรียน ระบุว่ามีสารวัตรกำนัน คือ นายโชคชัย จันทร์วิเศษ มีรายชื่อเป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมือง “พรรคเป็นธรรม” และมีกำนันตำบลบ้านค้อ อำเภอเมืองขอนแก่น เป็นผู้จัดตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ “ฝ่ายปกครองบ้านค้อ สส.” ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลบ้านค้อทั้ง 19 หมู่บ้าน รวมถึงผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต เขต 4 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อีก 1 รายด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังได้รับการร้องเรียน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทันทีว่า หนังสือเร่งด่วนควรต้องส่งถึงผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว ทั้งนี้ ตนเองเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ประมาณ 2 เดือน และได้ย้ำกับทุกหน่วยงานมาโดยตลอดให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง รักใคร ชอบใคร เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ต้องไม่แสดงออกในเวลาราชการ ไม่สวมเครื่องแบบ หรือใช้สัญลักษณ์ของทางราชการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ในส่วนของกรณีการโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ และการสื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่ามีลักษณะเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบหรือกฎหมายหรือไม่

สำหรับกรณีสารวัตรกำนัน ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะให้ชัดเจนว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ โดยจะมีการประสานงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากลาออกก่อนมีรายชื่อในบัญชีผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็ถือว่าเป็นประชาชนทั่วไป สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่หากยังไม่ได้ลาออกและมีรายชื่อเป็นผู้สมัครตามที่มีการร้องเรียน ก็ถือว่าขัดต่อกฎหมาย ซึ่ง กกต.จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวยืนยันอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองขอนแก่น เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งอาจมีบทลงโทษตั้งแต่การลดขั้นเงินเดือน ไปจนถึงการให้ออกจากราชการ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมย้ำว่า แม้การร้องเรียนจะเป็นบัตรสนเท่ห์ หรือการร้องเรียนที่ผู้ร้องไม่เปิดเผยตัวตน แต่หากเป็นเรื่องเร่งด่วน หรือส่งผลกระทบต่อประชาชน จังหวัดจะไม่ละเว้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกกรณี เพื่อรักษาความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและกระบวนการเลือกตั้ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ