จากกรณีที่ นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส. เขต 7 จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับประเด็นการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในการจัดซื้อชุดสูทมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท โดยระบุว่า
“ทุกคนครับ ผมได้เจอโครงการอีกโครงการหนึ่งที่น่าสนใจ ผมได้รับทราบว่า สำนักงานประกันสังคม มีการจัดชุดสูทให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมูลค่า 35 ล้านบาท กับจำนวนทั้งหมด 7,000 คน ขอตั้งคำถามว่า ตรงนี้ใช้งบประมาณจากไหน ถ้าใช้เงินกองทุนประกันสังคม ตรงนี้ผู้ประกันตน และนายจ้างคิดอย่างไรกัน”
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายสหัสวัต เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดย นายสหัสวัต ระบุว่า งบประมาณจำนวน 35 ล้านบาท ที่นำมาตัดชุดสูทให้กับเจ้าหน้าที่กว่า 7,000 คนนั้น เป็นเงินที่มาจาก เงินบริหารสำนักงาน 10% ตามกฎหมาย ซึ่งตนมองว่าเป็นการใช้จ่ายที่ "แปลกและเกินความจำเป็น"
ที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมมักชี้แจงว่า ใช้งบบริหารเพียง 5,000-6,000 ล้านบาท จากสิทธิที่ใช้ได้ถึง 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของเงินสมทบปีละ 2 แสนล้านบาท แต่นายสหัสวัตมองว่า ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากเงินทุกบาทที่ประหยัดได้ ไม่ว่าจะเป็นหลักสิบบาทหรือร้อยล้านบาท สามารถนำไปลงทุนเพื่อให้กองทุนงอกเงย หรือนำไป เพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้กับผู้ประกันตนได้โดยตรง
นายสหัสวัต กล่าวต่อว่า แม้นายจ้างจะมีหน้าที่จัดหาชุดทำงานให้พนักงานตามหลักสิทธิแรงงาน แต่การเลือกเป็น "ชุดสูท" สำหรับทุกคนดูไม่สมเหตุสมผล หากเป็นเสื้อโปโลสำหรับคนทำงานทั่วไปยังพอเข้าใจได้ เพราะหน้าที่ของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เช่น ประชาสัมพันธ์ วิศวกร หรือฝ่ายผลิต ไม่จำเป็นต้องใส่สูทเหมือนกันหมด
ส่วนข้ออ้างที่ว่าการตัดสูทช่วยสร้างภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือ ตามที่ระบุในรายละเอียดขอบเขตงานจ้าง นายสหัสวัต มองว่า ความน่าเชื่อถือของประกันสังคมไม่ได้อยู่ที่ชุด แต่อยู่ที่การดำเนินงานและการบริหารจัดการ ต้นทุนต่อคน งบประมาณดังกล่าวเมื่อคำนวณแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาทต่อคน
อย่างไรก็ตามตนในฐานะผู้สมัครในพื้นที่เขต 7 จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ประเด็นประกันสังคมเป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจ โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือ การปฏิรูปประกันสังคมครั้งใหญ่ รื้อโครงสร้างใหม่เพื่อให้ระบบดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ การแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม คัดค้านความพยายามลดทอนสิทธิผู้ประกันตน จากเดิมที่ 1 คนเลือกได้ 7 คน ให้เหลือเพียงเลือกได้คนเดียว รวมถึงการตั้งเกณฑ์ด้านจริยธรรมที่ไม่มีความชัดเจนขึ้นมาอ้าง
นายสหัสวัต ยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ในช่วงใกล้เลือกตั้ง ไม่ใช่เพียงเพื่อหาเสียง แต่เป็นช่วงเวลาที่พรรคการเมืองต้องตอบคำถามที่สังคมสงสัย และต้องการเห็นพรรคการเมืองอื่นแสดงจุดยืนในการปฏิรูปประกันสังคมร่วมกัน เพื่อให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของประเทศ
ทั้งนี้ นายสหัสวัตกล่าวว่า ปัจจุบันมีการรวบรวมหลักฐานและยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ไปแล้วกว่า 10 เรื่อง และกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้เงินที่ผิดปกติของสำนักงานประกันสังคมเพื่อยื่นตรวจสอบ เพราะนอกจากเรื่องชุดสูทแล้ว ยังมีงบประมาณก้อนอื่นที่ถูกตั้งคำถาม เช่น งบปฏิทิน และงบด้านไอที ที่ใช้เงินจำนวนมากในแต่ละปี