จากกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ตัดชุดสูทให้กับพนักงาน 7,000 คน วงเงินงบ 35 ล้านบาท จนถูกพูดถึงสนั่นโลกออนไลน์ ล่าสุด นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ชี้แจงว่า เป็นเครื่องแบบที่ให้กับทางเจ้าหน้าที่ประกันสังคม เพื่อที่จะเป็นสื่อสัญลักษณ์ของสำนักงานประกันสังคมเองว่า เจ้าหน้าที่คนนี้ คือเจ้าหน้าที่เรา ซึ่งต้องเรียนว่าสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้รับงบประมาณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นการที่จัดทำงบจะต้องทำโครงการเสนอไป
ซึ่งเรื่องสูท ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ แต่จริงๆ แล้ว อย่างเหตุการณ์ที่น้องๆ แจ้งมาก็คือ เป็นช่องทางหนึ่งที่เราสามารถสื่อสารกับผู้ประกันตน เวลาออกนอกสถานที่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า เป็นพนักงานประกันสังคม เวลามาสอบถามสิทธิประโยชน์ต่างๆ นานา ซึ่งมองว่าเป็นเครื่องแบบที่แสดงถึงตัวตนที่เป็นอัตลักษณ์ของสำนักงานประกันสังคม ให้เจ้าหน้าที่ให้ความรู้กับผู้ประกันตนที่ไหนก็ได้
โดยยืนยันว่า เงินตัดสูท ส่วนหนึ่งมาจากเงินสมทบของผู้ประกันตน รวมถึงเงินจากฝ่ายนายจ้าง และรัฐบาล โดยเป็นเงินสมทบสามฝ่าย ที่ใช้จากงบเพื่อบริหารจัดการไม่เกิน 10% ของเงินประจำปี
ส่วนราคาที่เฉลี่ยตัวละ 5,000 บาท เพราะมีทั้งเสื้อ กางเกง สูท เป็นครบชุด ไม่ใช่ต่อตัว และเราดำเนินการตามระเบียบทุกอย่าง มีการประกวดราคาจัดซื้อ จัดจ้าง
โดยสูท 7,000 ตัว ครอบคลุมกับเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยช่วงเวลาใส่ ปกติถ้าเป็นวันจันทร์ข้าราชการต้องใส่กากี แต่ถ้าพนักงานประกันสังคมให้ใช้ชุดเครื่องแบบ แล้วแต่จังหวะจะกำหนด แต่ส่วนกลางจะมีการใส่ในวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์ จะเป็นผ้าไทยตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงเวลาออกกิจกรรมนอกสถานที่ ต้องใส่เครื่องแบบเพื่อแสดงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประกันสังคม
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่เมื่อเช้า ได้รายงานต่อนายกฯ และมีการเปิดเผยต่อสื่อว่า ประกันสังคม กรมแรงงาน ว่าไม่ได้ทำผิดมากมายอะไรขนาดนั้น ทาง ปลัดกระทรวงแรงงานชี้แจงว่า เมื่อเช้าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีกังวลที่สุดคือ เรื่องที่ได้ไปพบผู้ประกันตนคนหนึ่งที่จังหวัดนครสวรรค์ และห่วงใยว่าผู้ประกันตนเมื่อย้ายที่อยู่แล้วไม่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งทางเลขาสำนักงานประกันสังคม ได้มีการชี้แจงในรายละเอียดไปแล้ว และสิ่งที่นายกรัฐมนตรีสอบถามถึงเรื่องต่างๆ ที่เป็นประเด็น จึงได้แจ้งกับนายกฯ ไปว่าวันนี้ทางเราจะชี้แจงกับสื่อไปด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าควรจะรีบชี้แจง เพื่อไม่ให้เกิดความคาใจ ซึ่งเป็นความห่วงใยของนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีนี้เกิดจาก เคสที่จังหวัดนครสวรรค์ ผู้ประกันตนเจ็บป่วยและมีการเปลี่ยนโรงพยาบาล ซึ่งจากยาเดิมที่เคยได้ พอมาโรงพยาบาลใหม่กลับไม่ได้ ทางหน่วยปฏิบัติจึงได้ดำเนินการแจ้งไปทางโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
โดยระหว่างการแถลง อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกสื่อมวลชนสอบถาม คือเรื่องแชตไลน์ โดยได้สอบถามปลัดกระทรวงแรงงานว่า ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ บอกว่า กรณีนี้น่าจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลในการสื่อสาร เป็นการสื่อสารในกลุ่มที่มีการพูดคุยกัน ทางสำนักงานฯ คงต้องพิจารณาว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่การนำองค์กรไปสื่อสารออกไป เมื่อถามว่า มีการเอ่ยถึงบุคคลที่สามด้วยนั้น ตนเองมองว่า คนที่สื่อสาร ควรต้องรับผิดชอบสิ่งนี้
ด้านนายทวีเกียรติ เปิดเผยว่า จากกรณีแชตไลน์ที่หลุดออกมานั้น อย่างคำที่มีการกล่าวว่า สื่อเฮงซวย เบื้องต้น ชี้แจงว่า กรณีสื่อเฮงซวยตนเองไม่ได้นำออกไปสื่อที่ไหนอย่างไร ไม่ได้ออกมาจากทางตนเอง ซึ่งประเด็นเหล่านี้ตนเองได้มีการเตรียมการแถลงไว้แล้ว โดยจะแจ้งให้ทราบภายใน 2-3 วันนี้
ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นมีผู้ประกันตนหลายคนไม่สบายใจ กับข้อความที่มีการหลุดออกไปนั้น อย่างกรณีคำว่า “จำใส่กะโหลกไว้” ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวกับสื่อมวลชน ก่อนอ้างว่า ข้อความนั้นเป็นข้อความที่ตนส่งให้กับ นักข่าวรายการดัง ที่ได้มีการเขียนข้อความมาถาม มาขอข้อมูลกับตนเองว่า ให้ตนแสดงความคิดเห็น ซึ่งตนเองก็ได้แสดงความคิดเห็นไป ซึ่งข้อความดังกล่าวได้ส่งให้กับนักข่าวโดยตรง
โดยทางผู้สื่อข่าวรายการดังกล่าวจึงชี้แจงว่า ยืนยัน มีการส่งข้อความไปสอบถามนายทวีเกียรติจริง เพื่อให้ชี้แจง ซึ่งได้มีการแชตข้อความส่วนตัวออกมาให้ แต่ตนเองยืนยันว่า ไม่ได้มาจากแชตส่วนตัวของตนเอง แต่มาจากแชตกลุ่ม ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีการแคปข้อความดังกล่าวไปใช้เพื่อนำเสนอข่าว ซึ่งนายทวีเกียรติจึงกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องไปสอบถามคุณษัษฐรัมย์ เพราะประเด็นนี้ไม่ได้ออกจากตนเอง
ก่อนที่นักข่าวที่ถูกกล่าวอ้าง จะบอกว่า ขอยืนยัน และปกป้องตัวเองว่าไม่ได้มาจากตน ซึ่งนายทวีเกียรติบอกว่า มีข้อความในแชตไลน์อยู่ จากนั้นทางปลัดกระทรวงแรงงานจึงได้รีบตัดบท ก่อนที่จะแจ้งว่า ให้นายทวีเกียรติได้แถลงเป็นการส่วนตัว