เลือกตั้ง 2569 : “ประชาชน” จับตาเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. กกต.ใช้บัตรเดิมหรือไม่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“พรรคประชาชน” ตั้งคำถามปิดบังบาร์โค้ด–นิยามคำว่า “ลับ” ต่างกัน เรียกร้องเปิดรายงานคะแนน 5/11 ให้ตรวจสอบง่าย พร้อมเตรียมยื่นเอาผิด ม.157 สัปดาห์หน้า

นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของ กกต. พร้อมร้องให้ กกต. ตอบคำถามพี่น้องประชาชนให้สิ้นข้อสงสัย

โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบการเลือกตั้งปี 2569 และการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องมีการจับตาการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้

 

พรรคประชาชน ช่างภาพพีพีทีวี
“ประชาชน” จับตาเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. กกต.ใช้บัตรเดิมหรือไม่

โดยต้องตรวจสอบว่าบัตรเลือกตั้งในวันนั้นจะมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดหรือไม่ ซึ่งชัดเจนแล้วว่าบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งสีชมพูเป็นรหัสที่สามารถตรวจย้อนกลับได้ว่าประชาชนกาให้กับใคร จึงเกิดการตั้งคำถามว่าการมีอยู่ของบาร์โค้ดจะเท่ากับการออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไม่ลับจริงหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าการนิยามว่าลับหรือไม่ลับ เป็นการตั้งคำถามว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้หรือไม่ หากการออกเสียงจะต้องเป็นความลับ ก็จะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปไม่ได้ ไม่ว่าจะในเชิงทฤษฎีหรือเชิงปฏิบัติ

แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งความเห็นที่มองไม่ตรงกับพรรคประชาชน คือทาง กกต. ที่มองคำนิยามของคำว่า “ลับ” ว่าถือว่าลับ แม้จะตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในทางทฤษฎี แต่ตรวจสอบได้ยากในเชิงปฏิบัติ ซึ่งในนิยามของ กกต. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ถือว่าเป็นการลงคะแนนแบบลับ เพราะ กกต. ยืนยันว่าเก็บรักษาบัตรไว้ในที่ปลอดภัย จึงอยากย้ำว่าแม้จะยอมรับคำนิยามตาม กกต. แต่การตรวจว่าใครกาให้กับใครไม่ได้ยากขนาดนั้น และไม่เกี่ยวข้องว่า กกต. เก็บบัตรเลือกตั้งไว้ปลอดภัยหรือไม่ เพราะมีกระบวนการตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใคร โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้งที่ กกต. เก็บรักษาไว้

เช่น เดินเข้าไปในคูหาและจำเลขต้นขั้วไว้ พอนับคะแนน ก็สามารถถ่ายบัตรทุกใบ แล้วสแกนดูบาร์โค้ดทีหลังได้ เพื่อดูว่าบุคคลนั้นเลือกพรรคที่ต้องการหรือไม่ และหาก กกต. ยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งของตนเองไม่มีปัญหา วันที่ 22 นี้จะต้องใช้บัตรเลือกตั้งแบบเดิม และต้องจับตาตอนนับคะแนนว่าจะไม่มีคำสั่งให้ กปน. ปิดบังบาร์โค้ด หรือทำอะไรที่แตกต่างจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ กกต. ได้เปิดเผยผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการทั้ง 400 เขตแล้ว ยกเว้นหน่วยที่มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับใหม่ จากการตรวจสอบ พรรคประชาชนจึงมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ

1. อยากให้ กกต. ยืนยันว่าปัจจุบัน หากไม่นับหน่วยที่มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับใหม่ มีการเปิดเผยเอกสารรายงานผลคะแนน 5/18 ครบทุกหน่วยแล้วหรือยัง เพราะมีการร้องเรียนว่าบางหน่วยยังไม่มีเอกสารดังกล่าว

2. กกต. ควรเปิดเผยเอกสาร 5/18 ในรูปแบบที่สะดวกต่อประชาชนในการนำไปวิเคราะห์หรือตรวจสอบต่อได้ เพราะปัจจุบันเผยแพร่เป็นไฟล์ PDF หลายหน่วยเป็นการสแกนภาพ ทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ยาก และเชื่อว่า กกต. มีข้อมูลในรูปแบบ Excel อยู่แล้ว

3. กกต. ควรเปิดเอกสาร 5/11 หรือใบคิดคะแนนรายหน่วย ให้ครบทุกหน่วย แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่หากเปิดเผยจะทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยมากขึ้น เพราะประชาชนในพื้นที่สามารถโต้แย้งได้ เนื่องจากพบว่าใบขีดคะแนน 5/11 มีตัวเลขไม่ตรงกับเอกสาร 5/18

เมื่อถามว่าทาง กกต. ได้ชี้แจงกรณีใบนับคะแนน 5/11 ไปอยู่ที่บ่อขยะในจังหวัดสมุทรปราการว่า เอกสารดังกล่าวมีการชำรุด และการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้วนั้น นายกิตติชัย กล่าวว่า ระเบียบของ กกต. ระบุชัดเจนว่าเอกสารหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องเก็บในที่ปลอดภัย และต้องอยู่ในหีบบัตร เรื่องชำรุดหรือไม่ชำรุดเป็นเรื่องหลังจากเกิดขึ้นแล้ว แต่ประเด็นหลักคือแบบ 5/11 หลุดออกมาจากหีบได้อย่างไร และไปอยู่ในบ่อขยะ ไม่ได้อยู่ในสถานที่รวมคะแนน ดังนั้นเรื่องนี้ กกต. ต้องเร่งตรวจสอบ

เมื่อถามว่าจากการชี้แจงของ กกต. เหมือนจะไม่มีการดำเนินการต่อ นายกิตติชัย มองว่า เรื่องนี้ กกต. สามารถไขข้อสงสัยได้จากหลักฐานทุกอย่าง หากเปิดแบบ 5/11 ได้ทุกเขต ก็เรียกร้องให้ทำ เช่นเดียวกับที่เปิดรายงานผลนับคะแนน 5/18

นายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า แบบ 5/11 ไม่ใช่เอกสารลับ แม้กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ กกต. ก็สามารถเปิดเผยได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนการดำเนินคดี ม.157 กับ กกต. และเลขาธิการ กกต. นั้น นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย กำลังร่างคำฟ้องอยู่ คาดว่าจะยื่นอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยต้องใช้เวลาเล็กน้อย เนื่องจากมีข้อมูลใหม่เข้ามาทุกวัน และต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง

"หลักฐานในประเด็นหลักที่เราจะใช้ฟ้องร้อง คือเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพราะเป็นการดำเนินการที่ทำให้การออกเสียงไม่ลับ และย้ำว่าจุดมุ่งหมายหลักของพรรคประชาชนในการตรวจสอบ กกต. ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง หรือไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่เห็นว่าเรื่องบาร์โค้ดเป็นเรื่องใหญ่ และต้องพิสูจน์ในเชิงเจตนาว่าเป็นความบกพร่องโดยสุจริต หรือมีใครจงใจทุจริตด้วยระบบดังกล่าว จึงใช้กลไกตามมาตรา 157 เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบทางกฎหมาย" นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า หากพิสูจน์แล้วบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมี 2 กลุ่มความเห็น พรรคประชาชนยืนยันว่าการลงคะแนนโดยลับ จะต้องไม่สามารถตรวจย้อนกลับได้ว่าผู้ลงคะแนนเป็นใคร ไม่ว่าจะในเชิงทฤษฎีหรือปฏิบัติ ส่วนปลายทางจะเป็นโมฆะหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง โดยมองว่า กกต. นิยามคำว่า “ลับ” ไม่เหมือนฝ่ายอื่น เพราะเมื่อสามารถตรวจสอบได้ในเชิงทฤษฎี ก็ถือว่าไม่ลับแล้ว ขณะที่นิยามของ กกต. เปิดช่องให้บางฝ่ายสามารถตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใคร

เมื่อถามว่าการที่ กกต. ไม่แถลงข่าว และออกเพียงจดหมายข่าวถึงสื่อมวลชน มีพิรุธหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของ กกต. มีความสำคัญ หากต้องการสร้างความเชื่อมั่น ควรตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย และการสื่อสารทางเดียวผ่านจดหมายข่าวอาจไม่เพียงพอ ควรแถลงข่าวเป็นระยะเพื่อขจัดข้อสงสัย

ทั้งนี้ ภาพรวมสะท้อนปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ให้องค์กรอิสระเป็นอิสระจากประชาชน เพราะประชาชนไม่มีสิทธิประเมินการทำงานหรือเข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนได้ ดังนั้นหลังสภาเปิด พรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อคืนสิทธิให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยมิชอบ ซึ่งเคยมีในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550

เมื่อถามถึงข้อมูลนักวิชาการที่ระบุว่ามีบัตรเขย่งกว่า 300,000 ใบ พรรคประชาชนได้ตรวจสอบหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลของน.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระและนักเขียน อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ กกต. ซึ่ง กกต. ยอมรับว่าเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยาก ดังนั้น หากต้องการพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัย วิธีที่ทำได้ทันทีคือการเปิดเผยแบบ 5/11 ให้ครบถ้วน
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ