พักโทษ “ทักษิณ” 9 พ.ค.นี้ ครบเกณฑ์ 2 ใน 3 ไม่ต้องติดกำไล EM

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รมว.ยุติธรรมยืนยัน “ทักษิณ ชินวัตร” เข้าเกณฑ์ยื่นพักโทษตามปกติ หลังรับโทษครบ 8 เดือนในวันที่ 9 พ.ค. 69 โดยไม่ต้องติดกำไล EM แต่ต้องรายงานตัวตามเงื่อนไข

จากกรณีวานนี้ (24 ก.พ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปีจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยตอนนี้นายทักษิณได้คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ มาแล้ว 5 เดือน และจะครบ 6 เดือนในวันที่ 9 มี.ค.69  

 

ทักษิณ ชินวัตร ช่างภาพพีพีทีวี
พักโทษ “ทักษิณ” 9 พ.ค.นี้ ครบเกณฑ์ 2 ใน 3 ไม่ต้องติดกำไร EM

และเมื่อคุมขังครบ 8 เดือนในวันที่ 9 พ.ค.69 ก็จะเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษหนึ่งปี ที่จะได้รับการพิจารณาเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ซึ่ง พล.ต.ท.รุทธพล รมว.ยุติธรรม ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีหลักเกณฑ์การครบกำหนดพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สามารถยื่นได้ตามปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นกรณีพิเศษ 

เมื่อถูกคุมขัง 2 ใน 3 ยื่นตามปกติได้อยู่แล้ว โดยจะผ่านคณะกรรมการในเรือนจำ คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม ที่จะมีระดับอธิบดีประมาณ 5 ท่าน และเทียบเท่า โดยว่าไปตามขั้นตอนที่เป็นเงื่อนไขปกติ โดยส่วนมากยื่นขอก่อนครบกำหนดเงื่อนไขพักโทษ เมื่อพิจารณาก็จะได้ใช้สิทธิตรงนี้ เมื่อมีมติแล้วสามารถดำเนินการได้เลย โดยกำหนดของนายทักษิณ ที่จะพักโทษคือเดือน พ.ค.69 และเป็นไปตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3 ก็สามารถพักโทษได้ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงไทม์ไลน์การพักโทษกรณีทั่วไปของนายทักษิณ ชินวัตร และขั้นตอนการพิจารณาพักการลงโทษ ว่า ตามขั้นตอนแล้วการพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำฯ ว่าใครมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีคุณสมบัติเงื่อนไขเข้าเกณฑ์นั้น  ลำดับแรกจะต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการในระดับเรือนจำก่อน และเมื่อมีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการลงโทษเป็นการทั่วไปเรียบร้อยแล้วว่ามีจำนวนกี่ราย ทางเรือนจำฯ จึงจะนำเสนอรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมดนั้นมายังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะนำเสนอไปยังลำดับสุดท้าย คือ คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทางคณะกรรมการเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่ได้มีการสรุปจำนวนรายชื่อผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไปมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้นกี่ราย แต่โดยหลักการแล้วจะต้องมีการนำรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังเสนอมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 1-2 เดือน

ซึ่งตนเข้าใจว่าจำนวนผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษอาจมีไม่ถึง 500 ราย ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี มีโทษ 1 ปี (12 เดือน) ดังนั้น เกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษดังกล่าว หากจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติก็คือต้องคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และอดีตนายกรัฐมนตรีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 เมื่อคำนวณดูแล้วก็จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 9 พ.ค.69 อนึ่ง ในการพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขัง ทางคณะกรรมการจะต้องดำเนินการมีความเห็นชอบให้ครบทั้ง 3 ลำดับชั้นเรียบร้อยก่อน 

นายยุทธนา เผยอีกว่า นอกจากบทบาทในส่วนของกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังแล้วนั้น หากผู้ต้องขังรายใดที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ ระหว่างนี้ทางเรือนจำและกรมคุมประพฤติจะเข้ามามีบทบาทร่วมกันในเรื่องของการสืบเสาะในส่วนของผู้อุปการะผู้ต้องขังรายนั้น ๆ โดยเรือนจำจะทำหนังสือไปถึงกรมคุมประพฤติ เพื่อขอให้สืบเสาะว่าผู้อุปการะของผู้ต้องขังคือใคร ที่พักอาศัยของผู้อุปการะอยู่ที่ใด ผู้อุปการะมีความสามารถในการดูแลผู้ต้องขังอย่างไรบ้างเมื่อไปอยู่ในสถานที่อุปการะ และสถานที่อุปการะคือที่ใด เป็นต้น จากนั้นกรมคุมประพฤติจึงจะมีการกำหนดพื้นที่ให้ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติ

และกรมคุมประพฤติก็จะได้ทำหนังสือมาสอบถามเรือนจำว่ามีความเห็นด้วยกับการพักโทษหรือการไม่พักโทษอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการในเรือนจำก็จะได้มีการประชุมหารือกัน ซึ่งคณะกรรมการในเรือนจำ นอกจากจะมี ผบ.เรือนจำ/ผอ.ทัณฑสถาน แล้วนั้น ก็ยังมีผู้แทนจากกรมคุมประพฤติ ผู้แทนจากฝ่ายปกครอง ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมประชุมด้วยกัน 5 ราย เพื่อมีความเห็นควรหรือไม่เห็นควรอนุมัติพักการลงโทษผู้ต้องขังหรือไม่ และจึงส่งความเห็นนั้นไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์

ซึ่งเมื่อเรื่องมาถึงกรมราชทัณฑ์ ก็จะได้จัดการประชุมกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนส่งความเห็นไปยังคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น เพื่อร่วมกันพิจารณา

“แม้ว่าวันที่ 9 พ.ค.69 จะตรงกับวันเสาร์ แต่เราก็มีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งหากบุคคลได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ทางเรือนจำฯ ก็มีหน้าที่ต้องปล่อยตัวไปตามขั้นตอน โดยในตอนเช้าประมาณ 07.00-08.00 น. เจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบเรื่องเอกสารต่าง ๆ ของผู้ต้องขัง ก่อนที่ญาติและครอบครัวจะมารับตัวไปพักโทษคุมประพฤติยังสถานที่ที่ผู้อุปการะแจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการไปพักโทษคุมประพฤติ หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขการพักโทษ ก็จะต้องถูกนำตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำตามกำหนดโทษที่เหลือทันที

โดยในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่มีโทษน้อย 1 ปี ดังนั้น ในเรื่องของการใส่กำไล EM ก็ไม่มีความจำเป็น แต่จะต้องมีการไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ อีกทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่ในเดือน พ.ค.นี้ ก็จะรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน ก็จะได้ไปพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 4 เดือน ก็จะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี (9 ก.ย.69) ส่วนเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีพักโทษคุมประพฤติครบถ้วนแล้ว จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำฯ“ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุปิดท้าย
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ