จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม แดนพยาบาล จากคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 20 วัน และเตรียมจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยจะครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน
โดยนายทักษิณ จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ต่อจากนั้นจะครบกำหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย.69 พ้นโทษและเป็นอิสรภาพโดยสมบูรณ์
โดยในขั้นตอนพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไป สำหรับผู้ต้องขังเด็ดขาด จะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจาก 3 คณะกรรมการ ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ 2. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ และ 3. คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษมาแล้ว 2 คณะ คือ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำ และคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จึงยังเหลือเพียงการพิจารณาเห็นชอบสุดท้ายโดยคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ในการประชุมวันนี้ (29 เม.ย.69) โดยมีนางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจากนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ แทน
วันนี้ (29 เม.ย.69) เวลา 09.00 น.ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าสำหรับการประชุมของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม องค์ประชุมของคณะกรรมการฯ จะประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ จะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู
และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562
รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุอีกว่า สำหรับเอกสารแสดงความประสงค์เรื่องสถานที่คุมประพฤติพักโทษครั้งนี้ของนายทักษิณ ชินวัตร ทางทนายความได้แจ้งเป็นบ้านเลขที่ 472 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร หรือบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งมีรายชื่อของผู้อุปการะที่จะให้ความดูแลนายทักษิณระหว่างการคุมประพฤติเรียบร้อยแล้ว
รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ระบุอีกว่า หากวันนี้นายทักษิณ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมให้ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ นายทักษิณ จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จึงจะครบกำหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย.69 และพ้นโทษตามขั้นตอน หลังเข้ารับโทษในเรือนจำฯ มาแล้ว 8 เดือน นับแต่วันที่ 9 ก.ย.68 ส่วนเรื่องการติดกำไล EM ระหว่างคุมประพฤติหรือไม่นั้น ทางกรรมการในที่ประชุมจะได้มีการหารืออย่างถี่ถ้วน เนื่องด้วยนายทักษิณถือเป็นผู้ต้องขังสูงวัยที่มีอายุเกินกว่า 70 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยารักษาต่อเนื่องเป็นประจำอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงต้องรับฟังเหตุผลข้อหารือของกรรมการแต่ละหน่วยงานด้วย รวมถึงกรณีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการข้องเกี่ยวกับทางการเมือง ที่ถึงแม้ระเบียบการพักการลงโทษจะไม่ได้ห้ามไว้ แต่ก็สามารถเป็นเรื่องการหารือในส่วนของเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ หากมีความจำเป็น
รายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม อธิบายถึงเงื่อนไขการคุมความประพฤติสำหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษ ผ่าน 9 ข้อสำคัญ ดังนี้
1. ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติที่สำนักงานคุมประพฤติท้องที่ภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับการปล่อยตัว และต่อไปให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษ
2. ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้ และห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่ติดธุระสำคัญและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน
3. ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
4. ให้ประกอบอาชีพสุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
5. ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู
6. ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน เสพยาเสพติด และกระทำความผิดซ้ำ
7. ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติด รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด
8. ห้ามเยี่ยมเยียนและติดต่อกับนักโทษที่ไม่ใช่ญาติซึ่งกำลังต้องโทษอยู่
9. ต้องแสดงหนังสือสำคัญการปล่อยตัวต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีการเรียกตรวจ
“หากผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือลดวันต้องโทษจำคุกประพฤติผิดเงื่อนไขดังกล่าว เจ้าหน้าที่อาจจับกุมตัวกลับมาคุมขังได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ และอาจถูกลงโทษทางวินัยเพิ่มเติม อีกทั้งการขอย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนผู้อุปการะต้องแจ้งล่วงหน้า พร้อมย้ำว่าในระหว่างการคุมความประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติยังคงเป็นนักโทษ จึงไม่สามารถอุปสมบทหรือเกณฑ์ทหารได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากกระทรวงยุติธรรมว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่ามีผู้แทนจากหลายหน่วยงานทยอยเข้าร่วมประชุม อาทิ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ โดยมีการนำเอกสารจำนวนมากเข้าที่ประชุม
โดย พ.ต.ท.ประวุธ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า วันนี้ทางกรมราชทัณฑ์เตรียมเอกสารโปรไฟล์ของผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษจากทั่วประเทศ เกินกว่า 500 ราย และอดีตนายกรัฐมนตรีก็เป็น 1 ในนั้น โดยปกติในแต่ละรอบจะมีประมาณพันกว่าคน ส่วนเงื่อนไขการติดหรือไม่ติดกำไล EM รวมถึงเงื่อนไขพิเศษอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ซึ่งวันนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว