ความเคลื่อนไหวก่อนครบกำหนดพักโทษคุมประพฤติของ นายทักษิณ ชินวัตร ล่าสุดครอบครัวได้เดินทางเข้าเยี่ยมที่เรือนจำกลางคลองเปรม ท่ามกลางการนับถอยหลังอีกไม่กี่วันสู่วันปล่อยตัว โดยยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) แต่ยืนยันพร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการ
บรรยากาศช่วงเช้าวันนี้ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ในฐานะตัวแทนครอบครัว
รวมถึงนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้าเยี่ยม นายทักษิณ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 60 แล้ว โดยปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังมาแล้ว 7 เดือน 21 วัน และเหลืออีกเพียง 11 วัน ก็จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
หลังเข้าเยี่ยมนานกว่า 30 นาที นางสาวแพทองธารเปิดเผยว่า นายทักษิณรับทราบกำหนดการปล่อยตัว ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีการติดกำไล EM ระบุว่า นายทักษิณรู้สึก “งงเล็กน้อย” เนื่องจากอายุมากแล้วและเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงเคารพและยอมรับทุกกระบวนการ ขณะที่ครอบครัวรู้สึกดีใจที่ได้รับการพักโทษ
เมื่อถูกถามถึงกรณีผู้ต้องขังสูงอายุที่ต้องติด EM นางสาวแพทองธารกล่าวว่า โดยปกติแล้วผู้ต้องขังสูงอายุไม่จำเป็นต้องติดอุปกรณ์ดังกล่าว แต่เมื่อมีมติออกมา ครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจหรือคัดค้าน พร้อมยืนยันว่าจะเดินทางมารับตัวในวันปล่อยตามเวลาราชการปกติ ส่วนประเด็นที่มีการโพสต์นับถอยหลังนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณ
ด้านแผนหลังการปล่อยตัว นางสาวแพทองธารระบุว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงต้องการให้กลับบ้าน และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากระหว่างถูกคุมขังไม่ได้รับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เปิดเผยว่า ขณะนี้เรือนจำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมคุมประพฤติ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยตัว โดยคาดว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม จะมีการปล่อยตัวเพียงรายเดียว เนื่องจากผู้ต้องขังรายอื่นมีวันพ้นโทษแตกต่างกัน
ในส่วนของการติดกำไล EM นายวิญญัติระบุว่า แม้นายทักษิณจะยินดีที่ได้รับการพักโทษตามสิทธิ แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความจำเป็นของมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศ จึงมองว่าสามารถพิจารณาผ่อนปรนได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการ
ภายหลังการปล่อยตัว นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วัน หลังจากนั้นต้องรายงานตัวเป็นรายเดือนจนกว่าจะครบกำหนดโทษ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 9 กันยายน 2569
ส่วนกระแสสังคมที่ตั้งคำถามถึงการใช้มาตรการ EM นายวิญญัติมองว่าเป็นความคิดเห็นที่หลากหลาย ขณะที่ในทางกฎหมายยังไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับสิทธิทางการเมืองของผู้ได้รับการพักโทษ โดยย้ำว่าการมีส่วนร่วมทางการเมืองยังเป็นสิทธิพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงบทบาททางการเมืองในอนาคต นายวิญญัติระบุว่า ยังไม่สามารถตอบแทนเจ้าตัวได้ แต่เชื่อว่าในช่วง 4 เดือนแรก นายทักษิณน่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับครอบครัว ขณะเดียวกัน หากมีการทาบทามให้มีบทบาททางการเมือง ก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรวมไม่มีความกังวลเป็นพิเศษ มีเพียงความตื่นเต้นของครอบครัวและผู้ใกล้ชิดที่รอรับการปล่อยตัว ขณะที่ตัวนายทักษิณเองก็นับถอยหลังสู่วันดังกล่าวเช่นกัน โดยย้ำว่ายังคงเคารพและน้อมรับทุกมติ แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลของการติดกำไล EM ก็ตาม