วันที่ 30 มี.ค.2569 พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ที่สำนักงานควบคุมจราจรทางทะเลฯ กรมเจ้าท่า อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การเดินเรือและการควบคุมความปลอดภัย ตรวจสอบจำนวนเรือเข้า-ออกอย่างรอบด้าน
โดยพลตำรวจโทรุทธพล เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพียงการตรวจเยี่ยมและติดตามระบบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความพร้อมด้านการควบคุมและความปลอดภัย
พร้อมยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด โดยเป็นการประสานข้อมูลและเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานร่วมกันในอนาคต สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบภาพรวมว่าน้ำมันหายไปไหน ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน และปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการประชุมร่วมของทุกหน่วยงานในวันพุธนี้ ซึ่งจะมีทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมธุรกิจพลังงาน และกรมการปกครอง เข้าร่วม เพื่อสรุปข้อมูลและกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป
ส่วนกรณีที่มีการไปตรวจสอบคลังน้ำมัน ทั้งของ ปตท. /เชลล์ /บางจากมาแล้ว จะมีการตรวจปั๊มน้ำมีนพีทีด้วยหรือไม่ พลตำรวจโทรุทธพล ระบุว่า “มีรายชื่อแล้ว มีรายชื่อกลุ่มที่จะเข้าไปตรวจสอบ และรองผบ.ตร. ก็มีบัญชีอยู่ ก็จะให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ”
สำหรับกรณีการลักลอบขนน้ำมันดีเซลปริมาณกว่า 85,000 ลิตร น.อ.คงศักดิ์ อยู่คง เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเบาะแสเมื่อวันที่ 26 มี.ค. พบเรือต้องสงสัยลักลอบขนน้ำมันในอ่าวไทย ใกล้เกาะคราม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเข้าตรวจค้น พบเรือใช้ชื่อปลอม ซึ่งจดทะเบียนวิ่งในลำน้ำ แต่กลับออกทะเล และพบน้ำมันดีเซลมากถึง 85,000 ลิตร ไม่สอดคล้องกับลักษณะเรือ โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือเข้าฝั่งดำเนินคดี โดยกรมสรรพสามิตเปรียบเทียบปรับ ส่วนเจ้าท่าพัทยาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่กัปตันเรือไม่ยอมเปิดเผยที่มาน้ำมัน แต่พบเส้นทางมาจากศรีราชา ปลายทางปากน้ำระยอง เชื่อว่าลักลอบนำไปจำหน่ายในประเทศ ทั้งนี้ ยอมรับว่าการตรวจจับในทะเลทำได้ยาก ต้องพึ่งสายข่าว และอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องในทางลับซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของทหารเรือต่อไป