จากกรณีเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะทำงานเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบคลังน้ำมันของผู้ค้าน้ำมัน
ซึ่งเป็นผู้ค้าขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่การขนส่งน้ำมันในภาคใต้ตอนบน รวม 6 จุด เพื่อดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
จากการลงพื้นที่ตรวจปฏิบัติการ คณะทำงานพบผู้ค้าน้ำมัน คือ บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด โดยปริมาณคงคลังในเดือน มี.ค. 69 มีการรับเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าคลังมากกว่าการขายออก สูงถึง 2 ล้านลิตร แต่ขายออกเพียง 400,000 ลิตร ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการประกอบธุรกิจในเดือน ก.พ. 69 ที่มีการรับเข้าและจำหน่ายออกในภาพใกล้เคียงกัน ซึ่งน้ำมันถือเป็นสินค้าควบคุม จึงสั่งให้มีการตรวจสอบและขยายผลต่อไป ว่าเป็นกรณีปฏิเสธการขาย หรือประวิงการขายโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีกับ บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด (สำนักงานใหญ่) โดยหลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวนได้บันทึกปากคำผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ด้านดีเอสไออยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาคี เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมสรรพสามิต, กรมเจ้าท่า, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, กรมธุรกิจพลังงาน, กรมศุลกากร เป็นต้น เพื่อรวบรวมรายละเอียด เตรียมเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ (คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.)) พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษก่อนเทศกาลสงกรานต์ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (6 เม.ย. 69) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เรียกดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีกักตุนน้ำมัน ที่ห้องประชุม 1 ตึกดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยก่อนเข้าร่วมการประชุม พล.ต.ท.รุทธพล ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การเรียกประชุมในวันนี้ ต้องการรับฟังความคืบหน้าจากอธิบดีดีเอสไอ รวมถึงการเตรียมความพร้อมและแนวทางดำเนินการต่อไป โดยช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ประสานข้อมูลกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เร่งส่งเอกสารเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน พร้อมกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด แม้จะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และในวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย. 69) เมื่อกลับมาเปิดทำการตามปกติ จะเดินหน้าดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อทันที โดยรายละเอียดจะให้แต่ละหน่วยงานชี้แจงอีกครั้ง
นอกจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งวอร์รูมเรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเลขสถิติน้ำมันที่ผิดปกติ ขอเวลาตรวจสอบรายละเอียดก่อน พร้อมย้ำว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยช่วงที่ผ่านมา ดีเอสไอทำงานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด ส่วนกรณีที่เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 69 พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนนั้น ยืนยันว่า หากมีการรับเป็นคดีพิเศษ ก็จะเดินหน้าดำเนินการอย่างเต็มที่
ในช่วงหลังประชุม ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ณ วันนี้ ดีเอสไอ ได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้วหรือไม่ ระบุว่า ต้องประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษก่อน เนื่องจากมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว แล้วจะมีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาต่อไป แต่นัดเมื่อไหร่ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่จะประสานมาอีกครั้ง ส่วนการวางกรอบการทำงาน ระบุว่ามีการวางกรอบไว้คร่าวๆ แต่ผลการปฎิบัติงานจะต้องเป็นการรายงานข้อมูลในวันต่อวัน
ขณะที่ขั้นตอนการชี้แจง ของ บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด หรือ บริษัทที่ถูกแจ้งความร้องทุกข์ว่าอาจกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เข้าข่ายกักตุนน้ำมันนั้น จะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ เป็นหน้าที่ของตำรวจเรียกสอบสวน หรือจะต้องรอให้เป็นคดีพิเศษก่อนถึงจะเรียกสอบสวนได้นั้น ระบุว่า ตอนนี้ได้ตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้ว ก็สามารถเรียกสอบสวนได้เลย เพียงแต่ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐาน โดยจะมีการเรียกเข้ามาชี้แจงต่อไป
นอกจากนี้ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า หากในอนาคตมีการตรวจพบการทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอีก ยืนยันว่า ก็จะนำมาพิจารณารวมเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในเรื่องของตัวเลขความผิดปกติของปริมาณน้ำมันเป็นอย่างไร และพบเท่าไหร่บ้างนั้น ชี้แจงว่า ในเรื่องของปริมาณจะมากกว่า 57 ล้านลิตรหรือไม่ หรือเป็นเท่าไหร่ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลและนำผลวิเคราะห์มารวบรวมก่อน เนื่องจากตัวเลขค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นในวันนี้อย่าพึ่งยืนยันตัวเลข แต่ก็ต้องแจ้งให้ทราบไว้ว่ามีน้ำมันหายไปอย่างแน่นอนตามที่เป็นข่าว แต่จะมากกว่าที่เป็นข่าวหรือไม่อย่างไร ขอให้รอทางพันตำรวจยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไป และเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน
ส่วนปลายทางของน้ำมันที่มีการลักลอบไปนั้นจะไปยังที่ใด พลตำรวจโท รุทธพล ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ว่าปลายทางเป็นที่ใด เนื่องจากต้องใช้ข้อมูลจากหลายส่วน แต่ในกรณีของจังหวัดสุราษฎร์ธานีพบการหายไประหว่างทางกลางทะเลจริง นอกจากนี้ได้ชี้แจงว่า เรือที่มีการลักลอบขนส่งน้ำมันนั้น ไม่ใช่ของบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด บริษัทเดียว พร้อมกับระบุว่า การขนส่งผลน้ำมันจำนวน 96 เที่ยวที่เป็นข่าวนั้น กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใช้เรือขนทั้งหมดกี่ลำ แต่ยืนยันว่า อาจไม่ใช่ 96 ลำแน่นอน เพราะบางลำอาจวิ่งหลายเที่ยวในการขนส่ง
ทั้งนี้ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวได้ถามเพิ่มเติมว่าช่วงสงกรานต์นี้มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือน่ากังวลหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ตนเองขอตอบในแง่ของการปราบปรามการกักตุน ส่วนนโยบายให้ไปถามหน่สนอื่นที่เกี่ยวข้องแทน แต่จะมีน้ำมันให้กับประชาชนในช่วงสงกรานต์ครบทุกปั๊มหรือไม่นั้น ระบุว่า ก็จะเร่งปราบปรามอย่างเต็มที่