นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ เข้าชี้แจงนโยบายด้านอวกาศกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังมีผู้ร้องเรียนว่าเป็นนโยบายเกินจริง ซึ่งก่อนช่วงสงกรานต์ พรรคทางเลือกใหม่ซึ่งเป็นพรรคเดิมที่เคยสังกัด ได้เข้ามาชี้แจงกับ กกต. แล้ว วันนี้จึงเป็นคิวของตนเองที่ต้องเข้าชี้แจงกับ กกต. โดยจะชี้แจงทีละประเด็น
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่านโยบายอวกาศไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเทศไทยมีแผนพัฒนาศักยภาพทางด้านอวกาศอยู่แล้ว
และได้อ้างอิงไปถึงคำให้สัมภาษณ์ของ ศาสตราจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ในสมัยรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ว่าภายใน 7 ปีข้างหน้า คือปี 2570 ไทยจะเป็นประเทศที่ 5 ในเอเชียที่จะส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ หลังจากนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจด้านอวกาศก็เกิดขึ้น ทั้งการสร้างดาวเทียมและใช้เอง โดยยืนยันว่านโยบายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ เพราะหลายประเทศก้าวหน้าและพัฒนาไปมากแล้ว
นายมงคลกิตติ์ระบุในช่วงท้ายว่า หากจะดำเนินคดีกับตนเองในข้อหาหาเสียงเกินจริง ต้องให้ตนเองได้เป็นรัฐบาลก่อน และไปพิสูจน์ว่าทำได้แค่ไหน แต่สิ่งที่ กกต.จะต้องดำเนินคดี คือดำเนินคดีกับพรรคการเมืองที่หาเสียงแล้วแต่ทำไม่ได้ตามนโยบาย ตั้งแต่ปี 2562 และ 2566 ทั้งนโยบายเงินเดือน 24,000 บาท และนโยบายค่าแรง โดยจะต้องดำเนินคดีกับทุกคน หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากไม่ดำเนินคดีกับคนอื่นและพรรคการเมืองอื่น ก็ต้องไม่ดำเนินคดีกับตนเองด้วย
ส่วนวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.) ที่สมาชิกวุฒิสภาจะประชุมคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสังคม และ สว.เพชรบุรี จะเสนอแก้ไขกฎหมายให้รัฐบาลเพิ่มภาษีจาก 7% เป็น 10% ตนเองขอคัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะเป็นการเก็บเงินกับคนไทย 65 ล้านคน เหมือนเป็นการซ้ำเติมคนไทยเข้าไปอีก จึงขอร้องไม่ให้เสนอแก้ไขกฎหมายนี้ เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน และตอนนี้กำลังจะกู้เงินเพื่อซัพพอร์ตราคาน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลควรหาเงินด้วยวิธีอื่น ไม่ใช่เพิ่มภาระให้ประชาชน