พรรคประชาชน เปิดแคมเปญเลือกตั้ง กทม. “กรุงเทพง่าย ๆ by ผู้ว่าประชาชน” ที่ชั้น 5 ห้อง Mitr-ting room สามย่านมิตรทาวน์ โดยเปิดงานด้วยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งขึ้นเวทีกล่าวว่า 4 ปีไวเหมือนโกหกขอเริ่มต้นเล่าในสิ่งที่ไม่เคยเล่า
หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ตนได้มีโอกาสคุยกับกรรมการบริหารพรรค ว่าตนมีความตั้งใจที่จะทำนโยบายเพื่อคนกรุงเทพฯต่อ และตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะสร้างทีมบริหาร เพื่อลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในปี 2569
โดยตั้งใจจะเริ่มทำทีมตั้งแต่ปี 2567 แต่เมื่อวันที่ 31 มกราคมปี 2567 มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยสุจริต ของ 44 สส. ในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าไม่สามารถทำได้
จากนั้น ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 มีคนรับลูกไปร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันที ว่าพวกตนละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
แต่ตนยังคงตั้งใจอยู่ เพราะไม่เคยยุติความมุ่งมั่นที่มีต่อกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งวันที่ 7 สิงหาคมปี 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล และคดี 44 สส. ก็เดินหน้ามาจนถึงปัจจุบัน ในวันนั้นตนรู้ตัวดีและตระหนักว่าความฝันของตนที่ต้องการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ทุกคนเท่ากันจะต้องยุติลงชั่วคราว จนกว่าความตั้งใจดีและความสุจริตของตน จะได้รับการพิสูจน์ แล้วข้อกล่าวหาทั้งหมดจะผ่านพ้นไป
ตนได้คุยกับพรรคว่า ความฝันของพรรคจะหยุดลงพร้อมความฝันของตนเองไม่ได้ ต้องเดินหน้าคัดสรรผู้สมัครผู้ว่ากทม.ฯ ได้แล้ว เพื่อให้ความฝันของเราทุกคนเดินหน้าต่อและก้าวข้ามตัวของตนเองไป
"แต่ไม่ต้องกังวล ผมยืนยันว่าจะช่วยเหลือพรรคและเป็นลมใต้ปีก เป็นเครื่องจักรเป็นเครื่องยนต์ เป็นไม้ค้ำให้ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ฯ และผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคทุกคน เดินหน้าทำความฝันของคนกรุงเทพฯ ให้เป็นจริงให้ได้" นายวิโรจน์กล่าว
จากนั้นนายวิโรจน์ได้เปิดตัว นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพฯ ของพรรคประชาชน