จากรณี พรรคประชาธิปัตย์จัดงาน AI Demo Day: Bangkok Build Ai เพื่อขับเคลื่อนวาระ "Thailand in the AI Race" จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง โดยไม่ใช่การเสวนาทั่วไป แต่คือการพิสูจน์ด้วยนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง สร้างโดยนักพัฒนาที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะชาวไทย หรือชาวต่างชาติ
ทั้งนี้ที่น่าสนใจพบว่าภายในงานมีนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เดินทางมาร่วมงานพร้อมกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.โดยได้ลงมาจากรถคันเดียวกัน
จากนั้นได้ร่วมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค โดยนายอนุชา เปิดเผยว่า ในฐานะอดีต สส.คลองเตย จึงเข้ามาดูงานนี้ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามว่าได้ลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุชา ตอบทันทีว่า ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพรรคภูมิใจไทยได้รับทราบกระบวนการลาออกครบถ้วนแล้ว
นอกจากนี้ภายในงานยังพบบุคคลที่คาดว่า เป็นตัวเต็งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์คือ ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ LINE Thailand ซึ่งเดิมเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย และผู้บริหาร Google ประเทศไทย และทั้งยังเคยเป็นอดีตเลขาฯ ของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ด้วย โดย ดร.พิเชษฐ์ ระบุสั้น ๆ ว่า วันนี้มาร่วมงานในฐานะที่เป็นคนแวดวงไอที
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวทีเล่นทีจริง โดยปฏิเสธว่าว่าที่ผู้สมัครแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.คือใคร โดยขอให้รอวันที่ 16 พ.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าใช่ ดร.พิเชษฐ์ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ ย้ำว่าขอให้รอวันที่ 16 พ.ค. ซึ่งจะมีการเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ ที่พรรคประชาธิปัตย์
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคประชาธิปัตย์หลายคนให้ความเห็นว่า ดร.พิเชษฐ์ มีศักยะภาพและมีน้ำหนัก รวมทั้งเป็นคนหน้าใหม่ทางการเมือง มีประสบการณ์ เข้าใจกลไกการทำงาน กทม.อยู่แล้ว น่าจะสู้กับนายชัชชาติได้ นอกจากนั้น ดร.พิเชษฐ์ ยังมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ LINE Thailand น่าจะเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้
นอกจากนั้นก่อนหน้านี้ นายสกลธี เคยให้สัมภาษณ์สเปคผู้สมัครผู้ว่ากทม.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์มีการทาบทามไปก็ได้รับการตอบรับทันที ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจเอกชน มีบุคลิกในการประสานงาน หากได้รับการเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะสามารถประสานงานกับรัฐบาลได้อย่างไร้รอยต่อแน่นอน รวมถึงยังมีนโยบายกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ 4 ปี จะสามารถตอบโจทย์ให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้แน่นอน