Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“มัลลิกา” มั่นใจมาถูกทางรั้งอันดับ 4 นิด้าโพล ลั่นขอโอกาสคนคิดนอกกรอบ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“มัลลิกา” มั่นใจมาถูกทางหลังรั้งอันดับ 4 นิด้าโพล ลั่นขอโอกาสคนคิดนอกกรอบ! บอกเลือกแล้วเจอผู้ว่าฯ ผ่าน Tiktok พร้อมอัพเดตผลงานทุกคืน

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เบอร์ 14 ลงพื้นที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดต่างทักทายนางมัลลิกาพร้อมขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง โดยนางมัลลิกาพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าบางช่วงว่า นี่มันตลาดเราอยู่แล้ว เพราะชอบมาซื้อของที่นี่อาหารสดอร่อยทุกร้าน พร้อมพูดติดตลกว่า "คนไฮโซก็ต้องมาเดินตลาดไฮโซเนอะ"

 

มัลลิกา ผู้สื่อข่าว พีพีทีวี
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เบอร์ 14

ก่อนที่นางมัลลิกาจะให้สัมภาษณ์ว่า  อ.ต.ก. ถูกเรียกว่าตลาดไฮโซ ของทุกร้านอร่อยหมดซึ่งตนก็ซื้อของที่นี่มาเป็นสิบ ๆ ปี มีอาหารที่สะอาดและเป็นตัวอย่างหนึ่ง อีกอย่างที่นี่แฟนคลับเยอะมากทุกคนจะให้กำลังใจ จึงกลายเป็นพันธมิตรกัน อ.ต.ก. ยังเป็นตลาดที่มี SMEs จำนวนมาก โดยทุกคนได้สะท้อนปัญหาว่าเศรษฐกิจไม่ถูกกระตุ้น แม้รัฐบาลจะทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มีความไม่ต่อเนื่อง เราจึงมีการแลกเปลี่ยนกันซึ่งประชาชนในพื้นที่สนใจในนโยบายเรื่อง "จับคู่กู้เงิน" ซึ่งนโยบายนี้ในช่วงปี 2562 ตนเคยช่วยโปรโมทตอนเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในช่วงนั้น ซึ่งขณะนั้น 4 ปีประสบความสำเร็จแต่ไม่มีใครนำมาต่อยอด ดังนั้นตนจึงคิดว่าจำเป็นจะต้องรื้อฟื้นโครงการนี้ เพื่อคนกรุงเทพฯจะได้เข้าถึงโครงการ โดยเฉพาะ SMEs ในกรุงเทพฯ

ซึ่งทางกรุงเทพฯจะเป็นเจ้าภาพเองและจะทำทันทีภายใน 3 เดือน มีขั้นตอนการทำงาน คือ ในช่วง 1 เดือนแรกจะมีการพูดคุยกับธนาคารที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการใน อ.ต.ก. สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงตลาดอื่น ๆ ที่เป็น SMEs โดยในเดือนที่ 2 จะเป็นการพูดคุยกับรัฐบาล และหลังจากนั้นผู้ประกอบการทุกรายจะเข้าถึงแหล่งทุนนี้ได้ แต่อันดับแรกจะเป็น SMEs ในพื้นที่กรุงเทพฯ และหากประสบความสำเร็จจึงขยายไปในพื้นที่อื่น แต่จะต้องเชื่อมโยงการค้าขายในพื้นที่ กทม. พร้อมกันนี้ยังชูนโยบายการขยายสินค้าเอาสู่ แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มชื่อดังมีการเก็บค่าส่วนต่างในราคาที่สูง รัฐบาลอาจตามไม่ทัน และไม่มีใครมาดำเนินการเรื่องนี้ให้กับผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs หลายรายกำลังจะล้ม เนื่องจากแพลตฟอร์มชื่อดังเก็บค่าส่วนต่างถึง 25% ต่อออเดอร์ และรายได้นั้นไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้การค้าขายในแพลตฟอร์มยังต้องเสียภาษีอีกช่องทางหนึ่ง และจ่ายภาษีประจำปีอีก แล้วเสียค่าขนส่งให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ทำให้เงินไม่เข้าประเทศไทยหรือเทียบจะเป็นศูนย์เหรียญแล้ว

"หากผู้ว่ากทม.ชื่อ ดร.มัลลิกา จะจัดทำแพลตฟอร์มของเราเอง โดยมี กทม. เป็นเจ้าภาพ โครงการนี้จะผุดขึ้นมาภายใน 3 เดือน ภายใต้ชื่อว่าแพลตฟอร์ม " Hub Application E-commerce " ซึ่งจะมีการประกวดการตั้งชื่อภายหลัง เมื่อมีแพลตฟอร์มชื่อ TikTok ไทยอาจมีแพลตฟอร์ม ชื่อ กะต๊ากดอทคอม หรือ ตุ๊ก ๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประกวดตั้งชื่อ เมื่อสร้างแพลตฟอร์ม แล้วก็ไม่ต้องเสียค่าส่วนต่าง 25% ให้กับแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นของต่างประเทศ เรื่องนี้ กทม. ต้องเป็นเจ้าภาพเพราะเอกชนทำแล้ว สายป่านไม่ถึงเนื่องจากใช้งบประมาณสูง และเมื่อ กทม. เป็นเจ้าภาพแล้ว ก็จะเป็นการหารายได้ โดยค่าแพลตฟอร์มต้องให้ทาง กทม. โดยอาจมีเงื่อนไขว่า 3 ปีแรกใช้ฟรี ซึ่งจะทำให้ กทม. มีรายได้และนำเงินมาพัฒนาพื้นที่ต่อไป " นางมัลลิกากล่าว

นางมัลลิกา ยังขอย้ำว่าทั้งสองนโยบายนี้ต้องดำเนินการควบคู่กันไป ดังนั้นจึงขอโอกาสคนคิดนอกกรอบเข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่า กทม. ซึ่งหากได้เข้าไปโครงการดังกล่าวจะเห็นหน้าเห็นหลังภายใน 3 เดือน เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งจากการลงพื้นที่ในทุกตลาดก็ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตนเดินตลาดจนเหงื่อซก โดยนางมัลลิกาได้หันหลังโชว์ผู้สื่อข่าวพร้อมบอกว่า " เหงื่อซกไปหมดตอนนี้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเหงื่อ" ทั้งนี้ตนก็ได้เดินรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ แต่ขอย้ำว่า 2 นโยบายดังกล่าวจะสามารถทำได้ทันทีและวัดผลได้ภายใน 3 เดือน

นอกจากนั้นนางมัลลิกา ยังได้ ให้สัมภาษณ์ถึงผลนิด้าโพลที่ตนเองได้อันดับ 4 ขณะที่อันดับ 1 เป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 เป็นผู้ยังไม่ตัดสินใจ และอันดับ 3 เป็นนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ว่า ผลสำรวจอันดับที่ 1 ก็ไม่รู้ว่าข้อมูลจะใช่หรือไม่ ส่วนอันดับที่ 2 ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อถึงเวลาแล้วจะตัดสินใจหรือไม่ ส่วนคนที่อยู่อันดับ 3 ก็ไม่รู้ว่าจะไปดึงคะแนนอันดับ 1 หรืออันดับไหนมาเป็นของตนเอง ส่วนตนมาอันดับ 4 เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว ถือว่ายุทธศาสตร์ไม่ได้ผิดพลาด เดินมาถูกต้อง โค้งสุดท้ายหลังจากนี้ ตนจะคิดว่าเป็นโค้งสุดท้ายในทุกวัน แล้วจะพยายามทำให้ประชาชนรับรู้อย่างมีตรรกะและเหตุผลอย่างถูกต้อง และรับรู้ว่า ดร.มัลลิกามีความตั้งใจมากแค่ไหน มีประสบการณ์อย่างไร และรับรู้ว่านโยบาย 14 แผนทำได้จริงๆ มี How to และแผนปฏิบัติการรองรับทั้งหมด โดยนโยบายที่พูดและมีแผนรองรับทั้งหมดสามารถเห็นหน้าเห็นหลังได้

มัลลิกา ผู้สื่อข่าว พีพีทีวี
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เบอร์ 14

“คนกรุงเทพฯเป็นคนฉลาดและแยกแยะได้ และรู้ว่าคนเบอร์ 14 เป็นคู่แข่งของผู้ว่าชัชชาติหรือหมายเลข 9 และคนกรุงเทพรู้ว่าถ้าจะเปลี่ยนเบอร์ 9 ก็ต้องเลือกเบอร์ 14 แล้วถ้าคนกรุงเทพฯรู้ว่าจะหาใครเป็น Super Woman ก็ต้องเลือกเบอร์ 14 ยักษ์เขียวตัวเล็กนิดเดียว ถ้าจะล้มก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น ต้องเริ่มต้นจากตัวผู้นำ และดิฉันจะไม่ทอดทิ้งประชาชน จะต้องเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียม เราต้องเริ่มต้นจากการไปให้คุณป้าคุณพี่ ยายสียายสา ป้ามีป้ามา นั่งตกสำรวจของนโยบายรัฐทุกอัน อยู่ในตรอกซอกซอยชุมชนต่างๆที่เขาไม่มีลูกหลาน จะหอบใบมายืนยัน เพื่อเข้าโครงการสวัสดิการของรัฐ เพราะฉะนั้น เมื่อดิฉันเป็นผู้นำกรุงเทพ ดิฉันจะไม่ทิ้งประชาชนอยู่อย่างนั้น ดิฉันเป็นผู้นำกรุงเทพต้องหาวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งมารองรับ เพื่อให้เกิดความมั่นคงต่อชีวิตและทรัพย์สิน“ นางมัลลิกา กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวว่า ความมั่นคงทางอาชีพมีรายได้ที่เป็นสิทธิ์ของประชาชน ดังนั้น ตนคิดว่าถ้าจะบอกทุกคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ หรือคนตัดสินใจไปแล้ว ตนจะบอกทุกคนอย่างหนึ่งว่าผู้นำเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เราจะอยู่กับสิ่งเดิมๆเก่าๆ

“ในลักษณะต้องนั่งแก้ตัวแบบเดิมๆ แทนผู้นำว่า อ๋อ เขาทำไม่ได้เพราะว่ากฎหมายไม่มี อ๋อ เขาทำไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจ อ๋อ เขาทำไม่ได้เพราะไม่ใช่นายกฯ แต่ถ้ารอนายกฯ มาแก้ นายกฯก็จะบอกว่าผู้ว่าฯก็มี แล้วบริหารจัดการงบประมาณตัวเองด้วย ก็จะแปลว่าเราเป็นประชากรกรุงเทพ แต่เราต้องแบกผู้ว่าให้เป็นภาระของชีวิตของเราอีกคนหนึ่ง หรือคุณจะเป็นประชากรที่เลือกผู้นำที่จะตัดสินใจแบกชีวิตคุณให้ไปสู่อนาคตที่ดี ดร.มัลลิกามาพร้อมกับเบอร์ ที่เป็น Human Innovation ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทุกคนจะตัดสินใจถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ 3 นาทีสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง หน้าของดิฉันจะติดอยู่ตรงป้ายและระบุหมายเลข 14 ให้ทุกคนกาเบอร์ 14” นางมัลลิกา กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวว่า ยังมีประชาชนอีก 2 ล้านคนที่สถิติระบุว่าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเลยทั้งชีวิต โดยนางมัลลิกายกมือไหว้ พร้อมระบุว่า “พี่คะ คุณพี่ 2 ล้านคน ที่ไม่ยอมไปลงคะแนนรอบนี้ถ้าคุณพี่ไม่รู้ว่าจะกาใคร ขอให้กาเบอร์ 14 นั่นคือสิ่งที่โพลทุกโพลไม่เคยสำรวจคุณพี่ นั่นคือสิ่งที่โพลทุกโพลไม่เคยมองเห็นคุณพี่ และนั่นคืออาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่ทำโพล ไปนั่งในรายการ ไม่เคยเห็นหัวคุณพี่ นั่นคือผู้ว่าฯทุกยุคทุกสมัยไม่เคยรู้ว่าคุณพี่มีตัวตน ดังนั้น ขอให้คุณพี่ไปแสดงพลัง 2 ล้านแสดงให้กาเบอร์ 14 อย่าปล่อยให้สิทธิ์ของเราทิ้งน้ำ เมื่อกาเบอร์ 14 แล้วคุณพี่จะสามารถวัดผล ดร.มัลลิกา ได้ทุกคืนผ่านช่องทาง Tiktok ซึ่งจะสามารถเจอผู้ว่าได้ง่ายๆ และนอกจากจะเจอตามตลาดร้านรวงแล้ว ก็เจอ ดร.มัลลิกาที่เดิม แพลตฟอร์มเดิม ไม่จากไปไหน”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ