นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. โดยวันนี้มีวาระการพิจารณาเรื่องการเพิกถอน 5,000 รายชื่อ ของผู้ที่ได้รับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังพบคะแนนมีความผิดปกติ นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและมีความห่วงใยต่อกรณีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
พร้อมกำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ นายวันชัย จันทร์พร ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง รวมถึงกรรมการหลายคน
โดยที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบคะแนนดิบ และคะแนนที่ประกาศผลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นำคะแนนมาเปรียบเทียบกันจนพบความผิดปกติของผู้สอบรวม 5,814 ราย
ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่ม 1 คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 3,000 กว่าราย
- กลุ่ม 2 เป็นผู้ที่มีคะแนนดีอยู่แล้ว แต่คะแนนเพิ่มขึ้นอีกผิดปกติประมาณ 1,000 กว่าราย
- กลุ่ม 3 เป็นผู้ที่คะแนนต่างกันเพียง 1 คะแนน แต่เอกสารกระดาษคำตอบไม่ชัดเจน ประมาณ 400 กว่าราย
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นควรส่งรายชื่อทั้ง 5,814 ราย ให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการเพิกถอนการบรรจุหรือไม่ โดยย้ำว่า ก.กลาง เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้
ส่วนการประชุมของ 3 ก. ซึ่งประกอบด้วย ก.อบจ.,ก.เทศบาล และ ก.อบต. ในวันที่ 23 ก.ค. 2569 นี้ จะมีมติเพิกถอนเลยหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุม หลังได้รับข้อมูลทั้งหมด ขณะที่คำสั่งเพิกถอนในขั้นสุดท้าย จะต้องดำเนินการโดยนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้สอบแต่ละราย ได้รับการบรรจุ
สำหรับการเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมาทดแทนผู้ที่อาจถูกเพิกถอน นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องดำเนินการตรวจนับคะแนนใหม่ทั้งหมดก่อน เนื่องจากกระดาษคำตอบอยู่กับสำนักงาน ป.ป.ช. และจะต้องยึดข้อเท็จจริงใหม่ที่เกิดขึ้น หากพบความผิดปกติเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุยังไม่มีผลกระทบ แต่เมื่อมีตำแหน่งว่างจากการเพิกถอน ก็จะบรรจุผู้ที่มีคะแนนถึงเกณฑ์ตามลำดับ
ส่วนกรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุ หากต้องเรียกคืนเงินเดือนหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า เป็นอำนาจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่จะพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับผู้ที่มีการสอบผ่านในรอบปี 68 จำนวน 50,000 คน ที่สอบผ่าน ต้องมีการไล่ย้อนตรวจสอบทั้งหมดเลยหรือไม่ว่า นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ ป.ป.ช. ไม่ใช่แค่การประกาศผลในครั้งนี้ แต่มีการไล่สืบไปเรื่อยๆ และตำรวจได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิด โดยอาจจะมีการโยงใยไปในส่วนอดีตด้วย ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่สืบสวนได้มา โดยหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด หรือพบว่าใครเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. จะแจ้งไปในหน่วยงานนั้น”
ขณะที่ นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช. จะนำเรื่องรายงานต่อคณะไต่สวน เพื่อประกอบเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีการเร่งรัดและประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยอีกทาง
เมื่อถามว่า กระดาษคำตอบ 800,000 แผ่น ป.ป.ช. จะตรวจสอบอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ หากมีปัญหาขึ้น ก็จะเป็นประเด็นเพิ่มเติมที่จะหยิบมาทดสอบ แต่ตอนนี้ต้องเร่งตรวจสอบประเด็นนี้ก่อน เนื่องจากมีผลกระทบเพราะบางส่วนได้บรรจุไปแล้ว
ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาใครเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เมื่อมีการตั้งกรรมการไต่สวนขึ้นแล้ว ก็จะมีการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานขององค์คณะไต่สวน ผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว เมื่อ ป.ป.ช. ยกระดับเป็นคดีพิเศษ ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่มีความสนใจ และกระทบเป็นวงกว้าง ป.ป.ช. ก็จะทำงานอย่างเต็มที่
ส่วนกลุ่มที่รอบรรจุจะดำเนินการต่อไปอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการเสนอแนะชะลอการบรรจุออกไปก่อน เพราะเรื่องนี้กำลังสืบสวนสอบสวนอยู่ ดังนั้นการที่ท้องถิ่นจะดำเนินการบรรจุในล็อตต่อไป ก็ต้องคำนึงถึงข้อกังขานี้ให้มีความชัดเจนก่อน
“เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทั้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งบรรจุ หรือนายกแต่ละท้องถิ่น เมื่อเห็นแบบนี้แล้วคุณจะกล้าทำหรือไม่ ผมมองว่าเขาน่าจะตัดสินใจเองได้ ซึ่งทางท้องถิ่นสามารถชะลอการบรรจุเองได้ ที่ไม่ได้ พร้อมยอมรับว่ามีส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ทำผิดแต่รอบรรจุ แต่อย่างน้อยมีเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้น ก็ต้องรอเวลาพิสูจน์ความชัดเจน”
นายสุชาติ ยังกล่าวด้วยว่า หากผู้รอบรรจุใช้กระบวนการทางศาล เพื่อขอคำสั่งคุ้มครองก็สามารถทำได้ เชื่อว่าทางศาลจะให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบใหญ่ เนื่องจากคนสอบมีหลักแสนคน