ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้ามาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน
โดยนายกฯ และ ครม.สวมชุดผ้าทอลายราชวัตรสีฟ้าแกมเทา ซึ่งเป็นผ้าทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็ก ๆ
ที่คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่
ก่อนการประชุม นายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการหน่วยงานในพื้นที่ ช่วงหนึ่งที่เยี่ยมชมบูธเสน่ห์ไทย เสน่ห์สงขลา ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมีมาสคอตอุลตร้าแมนมาโปรโมตการท่องเที่ยว โดยนายกฯ ได้เข้าไปถ่ายรูปและทำท่าปล่อยพลังกับอุลตร้าแมน ซึ่งเป็นท่าเดียวกับท่าพลัสของพรรคภูมิใจไทย และ ททท.ยังได้มอบภาพถ่ายรูปนายกฯ ถ่ายคู่กับน้องเนเน่ รอยัล ให้นายกฯ ด้วย ก่อนที่นายกฯ จะพบปะกับนักศึกษาที่มาต้อนรับและร่วมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายกฯ ถ่ายภาพร่วมกับ ครม. ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และผู้แทนภาครัฐ
จากนั้น เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 1/2569 โดยกล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และข้าราชการทุกท่านที่ได้เตรียมงานด้วยความเรียบร้อยครอบคลุมทุกประเด็น ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดสงขลา เป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่มีตนเป็นนายกรัฐมนตรี เป้าหมายเพื่อให้รัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาในพื้นที่ทุกด้าน ทั้งด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สำคัญที่สุดคือด้านความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน การป้องกันภัยธรรมชาติ รวมถึงภัยที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจจะมาที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปีที่ผ่านมา เพื่อติดตามการฟื้นฟูแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนขออนุญาตให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับกระทรวง ส่วนราชการด้านความมั่นคง ระดับจังหวัด และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นฝ่ายข้าราชการประจำได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมครั้งนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) คณะรัฐมนตรีได้แยกย้ายลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา การรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งได้รับข้อมูลมากพอสมควรที่จะทำให้รัฐบาลเห็นภาพ และพิจารณาตัดสินใจให้พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามโครงการสำคัญหลายโครงการที่จะเกิดขึ้น ส่วนใหญ่เพื่อป้องกันบรรเทาภัยจากภัยธรรมชาติให้คลี่คลาย หรือหากเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป มีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ตรวจสภาพทางเศรษฐกิจ รับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่าง ๆ และมีโอกาสพบปะพูดคุยกับพี่น้องจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งเราได้รับฟังข้อเสนอ ตลอดจนให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่พยายามหาทางแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความสุข และความมั่นคงให้กับประชาชนตลอดเวลา
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (1 ก.ย.) เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะนำผลสรุปจากการประชุมเวิร์กช็อปให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือควิกวิน และข้อเสนอในระยะยาวที่ต้องวางแผนและลงทุนอย่างต่อเนื่อง
โดยวาระสำคัญของวันนี้มีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่ การวางโครงสร้างพื้นฐาน และระบบที่สำคัญ ๆ ของประเทศในระยะยาว ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปสุราษฎร์ธานี มาอำเภอหาดใหญ่ และจบที่ปาดังเบซาร์
ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟสายเชื่อมต่อเมือง หรือ Missing Link ที่รัฐบาลต้องการให้การคมนาคมขนส่งมีการเชื่อมต่อได้ในทุกเส้นทาง ทุกภูมิภาค และทุกจังหวัดของประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (1 ก.ย.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลังจะเสนอรายงานของโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า โดยที่รัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยภัยสำคัญ 3 ประเภท คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ให้กับประชาชนทั่วประเทศทุกภาค ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้
โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะเสนอหลักการแนวคิดให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ
สำหรับระบบประกันภัยนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติประชาชนจะได้รับเงินสินไหมทดแทนได้เร็วและมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐจะสามารถบริหารความเสี่ยงและงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากรูปแบบเดิมที่รัฐรอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินเยียวยา มาเป็นการเตรียมการรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า
วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้นำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่มาเชื่อมกับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีโดยตรง ทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นการนำการตัดสินใจจากรัฐบาลที่ได้รับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ และรับฟังประชาชนโดยตรง มาแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาในพื้นที่จริง ๆ
สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ ครม. เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เมนูอาหารว่าง (หรอยหนัด) ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมลอนทองระโนด ขณะที่เมนูอาหารเช้า (หรอยแรงใต้แรงอก) ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปาท่องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา ส่วนเมนูอาหารกลางวัน (หรอยจังฮู้) ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท และมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท