ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีหลายโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของทหาร และทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น
น.ส.เพชรรัตน์ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ากองทัพอากาศมีโครงการก่อสร้างสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นรายการผูกพันใหม่
โดยขอจัดสรรงบประมาณปี 2570 จำนวน 41.69 ล้านบาท และปี 2571 อีก 236.29 ล้านบาท รวมวงเงิน 277.99 ล้านบาท
น.ส.เพชรรัตน์ ตั้งคำถามว่า โครงการดังกล่าวเป็นภารกิจของกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พร้อมเปรียบเทียบว่า หากนำงบประมาณส่วนนี้ไปเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท จะสามารถช่วยผู้สูงอายุได้ประมาณ 700,000 คน และมองว่าการนำงบประมาณไปสนับสนุนรัฐสวัสดิการเพื่อช่วยประชาชนในยามวิกฤต อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า
นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างโครงการของกองบัญชาการกองทัพไทยอีก 3 โครงการที่มองว่าทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น ได้แก่ โครงการก่อสร้างและปรับปรุงทางชนบท 466 รายการ วงเงิน 850 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะงานใกล้เคียงกับกรมทางหลวงชนบท โครงการส่งเสริมด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และสหกรณ์ วงเงิน 22.88 ล้านบาท ที่ให้ทหารผลิตพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และรีดน้ำเชื้อปศุสัตว์ รวมถึงโครงการประมงหมู่บ้าน วงเงิน 3.6 ล้านบาท ที่ให้ทหารเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและเลี้ยงปลา โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ให้หน่วยงานที่มีภารกิจโดยตรงเป็นผู้ดำเนินการ
ด้าน พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวถึงโครงการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ ดอยอินทนนท์ โดยยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กองทัพในการธำรงไว้ซึ่งสถาบันสำคัญของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ผบ.ทอ. อธิบายว่า บนดอยอินทนนท์มีสถานีรายงานเรดาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ และมีพระมหาธาตุเจดีย์ 2 องค์ ได้แก่ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ส่วนพระมหาธาตุองค์ที่ 3 ที่จะจัดสร้างขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา พร้อมทั้งส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ การท่องเที่ยว และสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวริเริ่มมาตั้งแต่สมัย พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ และมีการศึกษา วิเคราะห์ผลกระทบด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหารือกับชุมชนแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2–3 ปี
สำหรับงบประมาณที่ขอจัดสรรจะใช้ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ฐานราก และองค์พระสถูปเจดีย์หลัก ส่วนงานอื่นที่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจะขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งขณะนี้มีผู้บริจาคเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง และได้ดำเนินการขออนุญาตกรมสรรพากรเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีด้วย