“สนธิ” ซัดมติคดีฮั้ว สว. นัดรวมพล กกต. 25 ก.ย. นี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สนธิ” เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เรียกร้องตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบด้าน

นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ,นายปานเทพ พงษ์พัวพันธ์ และนายพิชิต ไชยมงคล ร่วมกันแถลงข่าวเปิดแนวทางการเคลื่อนไหวภายใต้แนวคิด “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา“ เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเห็นว่า แม้ กกต. จะมีมติในประเด็นการทุจริตเลือก สว. แล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อระบบการถ่วงดุลและตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ

สนธิ ช่างภาพพีพีทีวี
“สนธิ” ซัดมติคดีฮั้ว สว. นัดรวมพล กกต. 25 ก.ย. นี้

โดย นายปานเทพ ระบุว่า กกต. ควรพิจารณาการใช้มาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 226 หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือรู้เห็นกับการกระทำที่ทำให้การเลือกไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม โดยตั้งคำถามต่อการที่ กกต. เปลี่ยนมติจากคำให้การของพยาน 3 ปาก โดยอ้างว่าไม่มีการไต่สวนหรือเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่น เช่น ข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง

พร้อมตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า หากคำให้การก่อนหน้านี้ของพยานทั้ง 3 ปากเป็นเท็จ กกต. หรือพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการทางกฎหมายกับพยานเหล่านี้หรือไม่ และย้ำว่าผู้ที่ทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดหรือกลุ่มใด ควรถูกดำเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ขณะที่นายสนธิ ระบุว่า สิ่งที่กำลังต่อสู้คือประเทศไทยที่ยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของ กกต. และองค์กรอิสระอื่น ๆ ว่าอาจถูกครอบงำโดยฝ่ายการเมือง โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สว. ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง มีส่วนในการเลือกกรรมการองค์กรอิสระหลายแห่ง โดยยกตัวอย่างว่า กกต. 4 คน และ ป.ป.ช. 4 คน ผ่านการเลือกจาก สว. ชุดดังกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากองค์กรอิสระถูกควบคุมโดยฝ่ายการเมือง อาจส่งผลต่อกระบวนการตรวจสอบในอนาคต

นายสนธิ กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช. ที่มีมติในคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดย นายสนธิ ใช้คำว่า “ฟอกขาว” และตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระขององค์กร รวมถึงการทำหน้าที่ของบุคคลที่มาจากฝ่ายตุลาการ โดยระบุว่าการกระทำของบุคคลเหล่านี้อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

นายสนธิ ยังพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าพยายามสร้างอิทธิพลเหนือโครงสร้างทางการเมืองและองค์กรอิสระพร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งตั้งร้อยตำรวจเอกปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI โดยอ้างว่า ร้อยตำรวจเอกปิยะเป็นประธานคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่พิจารณาเรื่องการเลือก สว. และตั้งคำถามถึงการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. รวมถึงข้อหาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

ซึ่งการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้รัฐบาลและองค์กรที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง โดยย้ำว่าไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคเพื่อไทย แต่ต้องการเห็นผู้มีอำนาจยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม มีความซื่อสัตย์ และทำงานโดยไม่มีผลประโยชน์เบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยนายสนธิ ยังเชื่อว่าพลังประชาชนสามารถใช้กดดันรัฐบาลให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องได้

นายสนธิย้ำว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกอึดอัด แต่สิ่งที่ขาดคือความกล้าหาญ จึงตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหว โดยยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยหลักศีลธรรมและใช้พลังประชาชนตรวจสอบผู้มีอำนาจ พร้อมตั้งคำถามว่า หากมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ภายใต้ กกต. ชุดเดิม และกระบวนการตรวจสอบยังอยู่ภายใต้โครงสร้างเดิม ประชาชนจะมีช่องทางตรวจสอบและเรียกร้องความเป็นธรรมได้อย่างไร

ทั้งนี้กลุ่มทวงคืนประเทศไทย จะร่วมติดตามและตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. โดยนัดหมายวันที่ 25 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. อาคารศูนย์ราชการ เพื่อยื่นหนังสือและลงชื่อเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ