นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศจัดชุมนุมในวันที่ 7 กันยายนว่า ตนมองว่าเขาพูดในภาพรวม ไม่ได้เจาะไปที่ข้อเรียกร้องของคนใดคนหนึ่ง ต้องยืนยันว่าเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย เราทุกคนมีหน้าที่ต้องคุ้มครอง ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เกี่ยวกับสาระที่ถูกเสนอโดยกลุ่มต่าง ๆ ตราบใดที่ข้อเสนอของกลุ่มนั้นเป็นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาที่อยู่ภายใต้ครรลองและระบอบประชาธิปไตย
เมื่อถามว่าทางฝั่งไอลอว์ก็จะมีการจัดชุมนุมในวันที่ 13 กันยายนเช่นเดียวกัน ทุกฝั่งมีเวทีกันหมด พรรคประชาชนจะมีเวทีเป็นของตัวเองหรือไม่ หรือจะไปร่วมเวทีไหนบ้าง นายพริษฐ์กล่าวว่า เรามีทั้งแถลงข่าวและเวทีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
และคาดหวังด้วยว่า วันที่ 10 กันยายนนี้ จะมีการอภิปรายรายงานของ กกต. หวังว่าจะไม่มีความพยายามของฝั่งรัฐบาลในการนำเอาเรื่องใดมาแทรกคิวหรือประวิงเวลาให้ไปไม่ถึง รวมถึงไม่มีความพยายามในการบีบให้ สส. ไม่มีเวลาเพียงพอในการอภิปราย
ดังนั้น ในสภาฯ มีเวทีเรื่องฮั้ว สว. อยู่แล้ว ส่วนนอกสภาฯ ในวันที่ 12 กันยายนนี้ คณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ จะจัดเสวนาภายใต้หัวข้อจับตาบทบาทองค์กรอิสระต่อวิกฤตการเมืองไทย
ส่วนกิจกรรมของไอลอว์ ที่ผ่านมาพรรคประชาชนไม่เคยปฏิเสธอยู่แล้วว่า เป้าหมายหรือข้อเสนอที่ไอลอว์และภาคประชาชนเรียกร้องเกี่ยวกับการโกง สว. ก็สอดรับกับพรรคประชาชนเช่นเดียวกัน และพวกตนก็เคยไปร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตราบใดที่เห็นตรงกัน ตนก็คิดว่าเป็นกิจกรรมที่ประชาชนและคนจากพรรคประชาชนสามารถไปร่วมได้
เมื่อถามว่าหากวันที่ 10 กันยายนนี้ ฝ่ายรัฐบาลเล่นเกม จะแก้เกมในสภาฯ อย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนก็มีความกังวลใจว่าจะไม่มีการนัดประชุมในวันพฤหัสบดี จึงได้ออกมาดักทางไว้ ซึ่งก็ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เพราะประธานสภาฯ ส่งหนังสือนัดประชุมมาแล้ว
จากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ฝั่งรัฐบาลขอเลื่อนญัตติชายแดนใต้ขึ้นมาก่อนรายงาน กกต. เราก็พยายามชี้ให้เห็นเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่าเป็นการปิดกั้นไม่ให้อภิปรายรายงาน กกต. ซึ่งหวังว่ารัฐบาลจะได้รับบทเรียนว่าการเลื่อนดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน
และหวังว่าจะไม่มีความพยายามของ สส. คนไหนที่จะพยายามหยิบยกญัตติใดขึ้นมาแซงคิว หรือการประวิงเวลาให้ไปไม่ถึง รวมถึงไม่พยายามใช้เสียงข้างมากปิดกั้นให้ สส. อภิปรายได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนขอดักทางไว้ก่อน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าเรื่องฮั้ว สว. จะอยู่ในญัตติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ปรากฏต่อสาธารณะด้วย ทั้งนี้ จากการคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการพูดคุยว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใดบ้าง และจัดทำญัตติที่จะยื่น ซึ่งคงใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์
"ผมขออนุญาตพูดดักทางไว้เลย อย่าให้รู้ว่ามีใครพยายามให้เจ้าหน้าที่สภาฯ ตีความในลักษณะที่บอกว่าไม่สามารถบรรจุเรื่องโกง สว. และโกงสอบท้องถิ่นเข้ามาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ" นายพริษฐ์กล่าว
น้อมรับผิดโหวต "อนุทิน"
ขณะที่กรณีนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่า MOA พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยอีก 100 ปีก็เกิด และควรนำมาถอดบทเรียนว่า ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นการครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ที่เราตัดสินใจผิดพลาด และการครบรอบครั้งนั้นก็ถูกลงโทษจากประชาชนผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมา
และอีกในมุมหนึ่ง ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในพรรคประชาชนที่จะต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดดังกล่าว ในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจในวันนั้น
เมื่อถามว่า ด้วยเหตุนี้หรือไม่ทำให้ไม่ตรวจสอบเรื่องการฮั้ว สว. ในช่วงแรก นายพริษฐ์กล่าวว่า ความจริงในวันนั้น ตอนที่อภิปรายนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นวาระแรก ๆ หลังจากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก็มี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่อภิปรายตรวจสอบ มีข้อมูลหลายอย่างที่คาบเกี่ยวกับเนื้อหาในวันนี้ด้วย
แต่ตนคิดว่าเราก็ไม่ปฏิเสธว่า การตัดสินใจวันนั้นก็อาจจะมีผลกระทบในเชิงลบที่ตามมา และตนก็ถือว่าสิ่งที่ตนและพรรคประชาชนทำได้ในวันนี้ ที่เราจะรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่ได้ก่อไว้ในอดีต คือการเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจในวันนั้น
"ผมถือว่าผมได้รับความไว้วางใจมาเป็น สส. เหลืออยู่ประมาณ 3 ปีกว่า ผมถือว่าส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่ของผมใน 3 ปีข้างหน้านี้ ก็ต้องเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขานชื่อ 3 วินาทีในวันนั้น" นายพริษฐ์กล่าว