หลังจาก “ครูมืด - ประสาท ทองอร่าม” ปรมาจารย์แห่งนาฏยสังคีตไทย เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนี้ (7 พ.ย.65) มีพธีรดน้ำศพ ที่ศาลาแสงฉิม วัดบางรักใหญ่ จ.นนทบุรี
โดยเวลา 14.30 น. ครอบครัวรับร่าง “ครูมืด” มาถึงวัด ก่อนเริ่มรดน้ำศพ มีครอบครัว พร้อมพี่น้องทั้ง 6 และหลาน ๆ มาร่วมกราบลาครูมืด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างมาก ซึ่งหลานๆ ได้เปิดใจว่า
เก็บอัฐิ “สรพงศ์ ชาตรี” ตั้งบำเพ็ญกุศลภายในวิหารหลวงพ่อโต สีคิ้ว
“กษมา ทองอร่าม” หลานสาว สุดกลั้นน้ำตาต่อการสูญเสีย “พอถึงวันนี้จริงๆ มันค่อนข้าง (นิ่ง) ลุงให้พวกเราไว้เยอะมาก เราจะทำให้ลุงมีความสุขค่ะ วันนี้ก็บอกลุงว่าขอสืบสานศิลปะและขอเป็นศิลปินเพื่อให้ชื่อเสียงของลุงคงอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยไปอีกนานแสนนาน คำสอนของลุง ลุงเป็นคนมีวินัย มีความมุ่งมั่นพยายามผลักดันให้ลูกหลานได้สานต่อเรื่องเกี่ยวกับการแสดง อยากบอกลุงว่าก็จะขอสืบสาน คำว่า “ครูมืด” จะต้องอยู่ยาวตลอดไป ทุกคนเล่นโขน พากย์ เล่นตลก หรือละครทีวีก็แล้วแต่ จะต้องนึกถึงครูมืด”
ในขณะที่ว่าที่ “ร้อยตรี เสกสม พานทอง” เผยว่า “คุณน้าเป็นศิลปินต้นแบบของทุกคน ของหลานๆ น้ามืดความสามารถหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการพากย์โขน เจรจาการแสดงตลกรอบด้าน หรือแม้กระทั่งการแสดงละครภาพยนตร์ ละครทีวี แล้วก็มีเบ็ดเตล็ดอีกมากมายที่น้ามืดได้มีความรู้และได้ถ่ายทอดมาสู่นาฏศิลป์ คณะวิชานาฏยสังคีต กรมศิลปากร อาจจะเรียกได้ว่าจะหาคนแบบนี้ได้อีกครั้งก็คงไม่น่ามีแล้วครับ (ร้องไห้) ขอให้ความรู้ที่น้ามือดถ่ายทอดมาสู่องค์กรนาฏยสังคีต กรมศิลปากร ขอให้ศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่ ลูกๆ หลานๆ ทุกคน ได้สืบทอดและดำรงค์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมไทยสืบต่อไป น้ามืดเป็นต้นแบบให้กับลูกๆ หลานๆ”
เมื่อถามว่า “ครูมืด” ได้ฝากฝังอะไรไว้ไหม “ว่าที่ร้อยตรี ศิลปิน ทองอร่าม” หลานชายบอกว่า “คือจริงๆ แล้ว ไม่ต้องฝากฝังครับ มันเป็นสายตระกูลครับ ทองอร่าม ถึงจะเป็นตระกูลใหม่ ที่จริงๆ แล้วลุงมืดเขาเป็นต้นตระกูลที่เกี่ยวกับทองอร่าม ให้ทุกคนรู้จักเกี่ยวกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยตั้งแต่อยู่กับคุณปู่ผม หรือกับ อ.นพรัตน์ หวังในธรรม เป็นคนชี้นำน้องๆ ก่อน ต้องบอกว่าคุณพ่อผมและคุณอา มารุ่นผมเจนฯหลังแล้วครับ ได้ทำงานร่วมกันมาตลอด ถ้าทุกคนไปดูตามประวัติลุงมืดท่านทรงคุณค่ามาก ได้วิชาความรู้ ความสามารถมากกว่าคนอื่นเยอะมาก หลายๆ ท่าน หลายๆ คน ยังคิดว่าท่านน่าจะได้ศิลปินแห่งชาติแล้ว พวกเราทองอร่ามครับ ไม่หวังสูงเกินตัวเลยครับ ขออุทิศทำหน้าที่รักษาศิลปะไว้ให้แผ่นดินเพียงเท่านั้นพอ
ลุงมืดมักจะสอนประจำว่า “รักษาศิลปะไว้ให้อยู่ในแผ่นดิน” (ร้องไห้) บ้านผมอุทิศชีวิตทั้งตระกูล บอกเลยว่าลุงมืดชี้นำ ไม่ใช่แค่พวกเรา ทำไมหลายๆ คน ในกรมศิลปากรหรือว่าผู้ที่เรียนโขนเรียก “ป๋ามืด” เปรียบเสมือนเป็นพ่อคนนึง ท่านให้โอกาสคน ช่วยเหลือคน ท่านใจดี มีอะไรช่วย เลี้ยงดูกันเป็นแบบครอบครัว
ถามว่าจะมีอะไรทำให้บุงมืดวันสุดท้ายไหม เดี๋ยวทางสำนักการนาฏยสังคีต กรมศิลปากร ก็จะจัดการแสดงมาเพื่อเป็นเกียรติ เป็นที่ระลึกแก่ลุงมืดในวันพระราชทานเพลิง ส่วนเหลน “น้องกีต้าร์” วัย 7 ขวบ ลุงมืดรักมาก เป็นหลานใกล้และชอบเล่นโขน เขาอยู่โรงเรียนจิตรลดา เดี๋ยวโตกว่านี้ก็จะมีชมรมโขน เขาก็อาจจะเข้า ตอนนี้เรียนตัวลิงตีลังกาอยู่ด้วย โตขึ้นเขาก็อยากเป็นเหมือนตามืดของเขา”
ในขณะที่ “ครูเถิ่ง เกษม ทองอร่าม” น้องชายของครูมืด เผยว่า “ครูมืดตรวจพบมะเร็งปอดระยะที่ 4 ในเดือน กันยายน 2564 ก่อนจะรักษาตัวด้วยการให้คีโมจนอาการดีขึ้น คุณหมออนุญาตให้กลับไปทำงานได้ตามปกติ ก่อนหน้านี้ยังไปถ่ายหนัง เล่นละครได้ประมาณ 3 เดือน
และมะเร็งกลับมาทรุดหนักในเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งก่อนจะเสียชีวิตครูมืดเจ็บปวดทรมานเพราะมะเร็ง จนได้สั่งเสียว่าอย่ายื้อชีวิต ส่วนหลานๆ ก็จะสืบต่องานโขน ส่วนกำหนดสวดอภิธรรมจะมีตั้งแต่วันที่ 8-12 พ.ย. เวลา 19.00 น. และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.นี้ เวลา 17.00 น."