คุณแม่ในฮ่องกงเตรียมพาลูกย้ายประเทศ หลังระบบการศึกษาถูกจีนครอบงำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ระบบการศึกษาฮ่องกงถูกจีนครอบงำ ประวัติศาสตร์และประเด็นบางอย่างกลายเป็นเรื่องต้องห้าม ผู้ปกครองบางรายจึงขอพาลูกย้ายไปประเทศที่มีเสรีภาพกว่านี้

ฮ่องกง เริ่มใช้กม.ความมั่นคง จับกุมปชช.

พัฒนาการการเมืองฮ่องกงครบ 20 ปี

ซาราห์ (นามสมมติ) หญิงชาวฮ่องกงโดยกำเนิด กำลังวางแผนอพยพออกจากฮ่องกงไปยังสหราชอาณาจักร เพราะเธอกังวลเกี่ยวกับการศึกษาของลูกชายวัย 8 ขวบ

เธอบอกว่า “ฉันต้องการให้เขาเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีอิสระเพียงพอที่จะทำในสิ่งที่เขาต้องการทำ และไม่ถูกจำกัดโดยภัยคุกคามที่มองไม่เห็น”

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งได้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ระบุห้ามประชาชนดำเนินกิจกรรมที่เข้าข่ายเป็นการแบ่งแยกดินแดน บ่อนทำลาย ก่อการร้าย และการสมคบคิดกับชาวต่างชาติ

กฎหมายดังกล่าวถูกประกาศเพื่อระงับการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ขอบเขตกฎหมายดุจะไปไกลกว่านั้น เมื่อมีการจับกุมประชาชนโดยระบุว่า มีการพูดถึง ตีพิมพ์ หรือโพสต์ในโซเชียล เกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองบางประการซึ่งถูกตีความว่าละเมิดกฎหมายความมั่นคง

และขอบเขตนั้นกำลังขยายมาถึง “หลักสูตรการศึกษาในฮ่องกง” ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าเนื้อหาใดสอนหรือวิพากษ์ได้ตามกฎหมาย

กระทรวงศึกษาธิการฮ่องกงได้สั่งให้โรงเรียนนำหนังสือและสื่อการเรียนการสอนที่อาจละเมิดกฎหมายออกทั้งหมด “พลเมืองดี” สามารถโทรแจ้งตำรวจได้ หากมีคนแสดงความดูหมิ่นเพลงชาติจีน ในเดือนกันยายน นักเรียนที่แสดงภาพถ่ายที่เขียนสโลแกน “ปลดปล่อยฮ่องกง ปฏิวัติเดี๋ยวนี้ (Free HongKong, Revolution Now)”  ในชั้นเรียน ถูกสั่งพักการเรียนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ซาราห์บอกว่า การเคลื่อนไหวของเธอไม่ได้มีไว้เพื่อลูกชายเท่านั้น แต่เธอยังเป็นครูในฮ่องกง มูลนิธิโรงเรียนอังกฤษ (ESF) ซึ่งเป็นองค์กรการศึกษาระหว่างประเทศ ได้เผยแพร่แนวปฏิบัติสำหรับครูฉบับล่าสุดในเดือนกันยายน โดยมีข้อความสรุปว่า “ห้องเรียนฮ่องกง ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการสนทนาหรือถกเถียงวิพากษืวิจารณ์อีกต่อไป”

ชีวิตในฮ่องกงของซาราห์ค่อนข้างสุขสบาย เธอมีอะพาร์ตเมนต์และรถยนต์ แต่เธอพร้อมที่จะสละทุกอย่างเพื่อหลีกหนีชีวิตที่ไม่แน่นอน

“เราจะยอมทำงานประเภทใดก็ได้ เป็นคนทำความสะอาด คนทำกับข้าว เป็นแคชเชียร์ ... เพราะคุณค่าของเสรีภาพมันสำคัญกว่าชีวิตวัตถุนิยมที่เรามี” เธอบอก

สื่อต่างประเทศยังได้พูดคุยกับผู้ปกครองหลายคนที่บอกว่าพวกเขากำลังเตรียมย้ายไปต่างประเทศเพื่อให้บุตรหลานได้รับารศึกษาที่ดี ขณะที่ครูในโรงเรียนบางแห่งรายงานว่า อัตราการลาออกจากโรงเรียนสูงกว่าปกติในปีนี้

คุรแม่รายหนึ่งซึ่งมีลูก 2 คนในโรงเรียนประถมกล่าวว่า ครอบครัวของเธอจะย้ายไปอยู่ที่สหราชอาณาจักรก่อนสิ้นปีนี้ “เรายอมเสียสละในการย้ายประเทศ มันแพง ... แต่เราต้องการให้ลูกหลานของเราเรียนในประเทศที่มีเสรีภาพมากกว่านี้”

เมื่อเดือนที่แล้ว ทางการฮ่องกงริบใบประกอบวิชาชีพครูของคุณครูรายหนึ่ง หลังถูกกล่าวหาว่า “เผยแพร่แนวคิดเรื่องเอกราชฮ่องกง” ในชั้นเรียน

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ครูรายดังกล่าวให้นักเรียนดูสารคดีทางทีวีที่ปรากฏภาพ แอนดี้ ชาน (Andy Chan) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้เรียกร้องประชาธิปไตย จากนั้นให้เด็กในชั้นเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับเสรีภาพในการพูดและข้อเสนอเพื่อเอกราชของฮ่องกง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว แคร์รี แลม (Carrie Lam) ผู้นำฮ่องกงคนปัจจุบัน กล่าวว่า “ความคิดที่ผิดกฎหมาย” และ “ความคิดที่ต้องการเป็นอิสระ” ไม่สามารถมีได้ในโรงเรียนฮ่องกง

ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งกล่าวโทษระบบการศึกษาของฮ่องกงมาช้านาน โดยชี้ว่า ทำให้นักเรียนหัวรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตรหน้าที่พลเมืองระดับมัธยมปลายที่เริ่มใช้ในปี 2009 เพื่อเสริมสร้างการคิดเชิงวิเคราะห์และความรู้เกี่ยวกับประเด็นร่วมสมัย ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ เช่น ประเทศจีนในโลกสมัยใหม่ การมีส่วนร่วมทางการเมือง และอัตลักษณ์ของฮ่องกง สื่อการสอนหลายชิ้นในฮ่องกงถูกจีนกล่าวหาว่า ลำเอียงและสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ผู้จัดพิมพ์ตำราหรือผู้วางหลักสูตรต้องเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนใหม่ โดยต้องลบถ้อยความวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนและคำว่า “การแบ่งแยกอำนาจ”

เรจินา ยิป (Regina Ip) นักกฎหมายผู้สนับสนุนรัฐบาลปักกิ่ง กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาในฮ่องกง จะสอนให้นักเรียนรู้จักประวัติศาสตร์จีนที่สมดุลและเป้นกลางมากขึ้น

“จุดประสงค์พื้นฐานของการศึกษาคือการเลี้ยงดูลูก ๆ ของเราให้มีความเคารพอย่างเหมาะสมต่อประเทศของเรา ... ฉันได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับครูที่ใช้ห้องเรียนเป็นที่เผยแพร่ของความเชื่อทางการเมือง แม้กระทั่งการปลุกปั่นความเกลียดชังตำรวจ รัฐบาลจีน เสนอภาพว่าชาวจีนสกปรก ล้าหลัง และกดขี่”

ด้าน โรวีนา เหอ (Rowena He) รองศาสตราจารย์จาก Chinese University of HongKong บอกว่า เธอยังคงสอนนักเรียนเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เทียนอันเหมิน และประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่พรรคคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม

“ผู้ที่มีอำนาจสามารถจัดการประวัติศาสตร์และลบความทรงจำต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ... ฉันพยายามอย่างเต็มที่ที่จะพูดความจริง” เหอกล่าว

นักเรียนของเหอบางคนวางแผนที่จะย้ายออกจากฮ่องกงหลังจากสำเร็จการศึกษา หนึ่งในนั้นคือ ไทเลอร์ (นามสมมติ) เขาจะย้ายไปสหราชอาณาจักรเพื่อศึกษาด้านประวัติศาสตร์จีน เนื่องจาก “มีการเซ็นเซอร์” ในฮ่องกง

ขณะที่นักเรียนบางคนมุ่งมั่นที่จะอยู่ในฮ่องกง เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของไทเลอร์วางแผนที่จะเป็นครูโรงเรียนประถม เพื่อที่เธอจะได้เก็บและถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญเช่นการปราบปรามในปี 1989 ให้ดำรงอยู่สืบไป

“เราต้องการใครสักคนที่จะสอนคนรุ่นต่อไป และบอกพวกเขาว่าอะไรถูกอะไรผิด ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขาถูกล้างสมองโดยรัฐบาล” หนึ่งในนักเรียนที่จะอยู่ต่อในฮ่องกงบอก

ซาราห์ยืนยันว่าเธอจะย้ายครอบครัวไปอังกฤษ เธอไม่ต้องการรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนรุ่นต่อไป ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกงในปัจจุบัน แต่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า

อังกฤษ จ่อคว่ำบาตรจีน ปมไล่ 4 ส.ส.ฮ่องกงพ้นตำแหน่ง เหตุความมั่นคง

ฮ่องกงรวบ 7 ส.ส.หนุนประชาธิปไตย ขัดขวางประชุมสภา

เรียบเรียงจาก CNN

ภาพจาก AFP

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ