ญี่ปุ่นเรียกทูตกลับประเทศ หลังเกาหลีใต้ตั้งรูปปั้น “หญิงบำเรอ”
ในการพิจารณาคดีครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา ในคดีความโหดร้ายของสงครามซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศตึงเครียดมานานหลายทศวรรษ ล่าสุด ศาลเกาหลีใต้มีคำสั่งพิพากษาให้รัฐบาลญี่ปุ่นจ่ายค่าเสียหายชดเชยให้กับเหยื่อที่ถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศในช่วงสงคราม 12 คน
เหยื่อ 12 รายนี้ฟ้องรัฐบาลญี่ปุ่นในปี 2016 ในข้อหาลักพาตัว กระทำการรุนแรงทางเพศ และทรมาน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเธออยู่ในช่วงวัยรุ่นและอายุ 20 ต้น ๆ ในขณะที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองคาบสมุทรเกาหลี และถูกกองทัพญี่ปุ่นบังคับให้มีเพศสัมพันธ์หลายสิบครั้งทุกวัน
เด็กหญิงและผู้หญิงเหล่านี้ถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศหรือ “หญิงบำเรอ” การปฏิบัติดังกล่าวได้รับการอนุมัติและดำเนินการโดยกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
การยึดครองของญี่ปุ่นสิ้นสุดลงในปี 1945 แต่เหยื่อได้รับบาดเจ็บทางจิตใจอย่างมากหลังสงครามสิ้นสุดลง ผู้พิพากษาได้สั่งให้รัฐฐาลญี่ปุ่นมอบเงินชดเชยให้กับผู้โจทก์รายละ 100 ล้านวอน (ราว 2.74 ล้านบาท) แต่ศาลเสริมว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเหยื่อนั้นมากกว่าจำนวนเงินดังกล่าว
ก่อนหน้านี้เคยมีความพยายามรักษารอยร้าวระหว่างทั้งสองประเทศมาตลอด นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นในอดีตได้ขอโทษ และเชื่อว่าปัญหานี้ได้ยุติลงตั้งแต่ปี 1695 แต่เกาหลีใต้เป็นเผด็จการทหารในเวลานั้น และชาวเกาหลีจำนวนมากยังคงรู้สึกว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นธรรม
ต่อมาในปี 2015 มีการขอโทษอีกครั้งจากญี่ปุ่น พร้อมคำมั่นสัญญาว่าจะมอบเงินเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนมูลนิธิที่ดูแลอดีตหญิงบำเรอที่ยังมีชีวิตอยู่
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีผู้หญิงจำนวนมากถึง 200,000 คนจากเกาหลีใต้และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียถูกบังคับให้เป็นทาสทางเพศของกองทัพญี่ปุ่น
“เหยื่อผู้หญิงจำนวนมากเล่าว่า มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับครอบครัวของพวกเธอที่พยายามขัดขวางไม่ให้ทหารญี่ปุ่นเอาตัวเธอไป และในบางกรณีพวกเธอก็ถูกทหารข่มขืนต่อหน้าพ่อแม่ก่อนที่จะถูกลักพาตัวไป” รายงานระบุ
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP