WHO แนะใช้วัคซีนแอสตราเซเนกาแม้ต้านโควิดกลายพันธุ์ต่ำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและแอสตร้าเซนเนกาออกมาเปิดเผยว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาได้เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ทำให้ประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งพบการระบาดของโควิคกลายพันธุ์ตัวนี้มากที่สุดต้องยกเลิกแผนการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา ตอนนี้หันไปใช้กลยุทธ์และวัคซีนตัวอื่นๆแทน

แอฟริกาใต้ระงับฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนกา

นักวิทย์เร่งศึกษา โควิด-19 พันธุ์แอฟริกาใต้ “501.V2” กระทบประสิทธิภาพวัคซีนหรือไม่

แอฟริกาใต้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนกาที่ผลิตโดยสถาบันเซรั่มของอินเดียล็อตแรกจำนวน 1 ล้านโดสตั้งแต่ปลายมกราคมที่ผ่านมา กำหนดเริ่มแจกจ่ายวัคซีนให้ประชาชนสัปดาห์หน้า แต่หลังจากผลทดสอบว่า วัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้เพียงร้อยละ 10 ทำให้ตอนนี้แอฟริกาใต้ต้องเปลี่ยนแผน

อย่างแรกคือ หันไปใช้วัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแทน  ตอนนี้กำลังเร่งอนมุัติให้ใช้วัคซีนตัวนี้ และจะเป็นประเทศแรกที่ใช้ ตอนนี้สั่งซื้อไป 9 ล้านโดส จะเริ่มฉีดให้ประชากรกลุ่มเสี่ยง อย่าง บุคลากรทางการแพทย์ราว 350,000 ถึง 500,000 คนภายในสัปดาห์หน้า

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นบริษัทผลิตยาและเครื่องมือทางการแพทย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยผลการทดสอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในมนุษย์ชั้นสุดท้ายเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่ชี้ว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 66

พร้อมเปิดเผยว่าวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน สามารถยับยั้งไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ได้ร้อยละ 57 ซึ่งถือว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดว่าวัคซีนต้องมีประสิทธิภาพอย่างน้อยร้อยละ 50 และเป็นประสิทธิภาพที่มากกว่าวัคซีนของหมาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์หลายเท่าตัว

หากเปรียบเทียบ วัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้เปรียบวัคซีนของแอสตร้าเซนเนกา เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิด 1 โดส ส่วนวัคซีนของแอสตร้าเซนเนกาเป็นวัคซีนชนิด 2 โดส ที่แต่ละโดสควรฉีดห่างกัน 8-12 สัปดาห์ สำหรับราคาและการจัดเก็บถือว่าใกล้เคียงกัน

วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 1 โดส มีราคาราว 300 บาท ขณะที่วัคซีนของแอสตร้าเซนเนกา 2 โดสมีราคาราว 240 บาทสำหรับการจัดเก็บ วัคซีนของทั้ง 2 เจ้าสามารถจัดเก็บที่อุณหภูมิตู้เย็นปกติ 2-8 องศาเซลเซียสได้ อีกวิธีหนึ่งที่แอฟริกาจะใช้หลังจากวัคซีนของแอสตราเซเนกาใช้ได้ผลไม่ดีกับไวรัสกลายพันธุ์คือ แลกเปลี่ยนหรือขายวัคซีนตัวนี้ให้กับประเทศอื่น  เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของแอฟริกาใต้เปิดเผยเรื่องนี้ต้องรีบขายเพราะจะหมดอายุเดือนเมษายนนี้

โควิด-19 กลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้มีชื่อว่า 501.V2 เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดหนักในแอฟริกาใต้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 1 ล้าน 4 แสนราย เสียชีวิตแล้วกว่า 46,000 ราย ซึ่งร้อยละ 90 ของยอดผู้ติดเชื้อสะสมในแอฟริกาใต้ คือผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์นี้

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกอย่าเพิ่งปฏิเสธการใช้วัคซีนที่พัฒนาโดยมาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และบริษัทแอสตร้าเซนเนกกา

โดยบอกว่า วัคซีนตัวนี้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญของโลกในการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ของโลกเพื่อสร้างความมั่นใจว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกายังมีประสิทธิภาพพียงพอในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโควิด (ยกเว้นสายพันธุ์แอฟริกาใต้) ล่าสุดคณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลกหรือ SAGE ได้ออกมายืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนตัวนี้

วัคซีนของแอสตร้าเซนเนกาคือวัคซีนชนิด 2 โดสที่ SAGE แนะนำว่า วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูง เมื่อวัคซีนทั้ง 2 โดสถูกฉีดห่างกัน 8-12 สัปดาห์

นอกจากนั้น SAGE ยังระบุว่า วัคซีนตัวนี้ใช้กับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปได้ เนื่องจากบางประเทศ อย่าง ฝรั่งเศสและเยอรมนี ไม่อนุญาตให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มนี้เพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพไม่เพียงพอในคนกลุ่มดังกล่าว

ขณะนี้มี 75 ประเทศแล้วที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน และดูเหมือนจะได้ผลถ้าดูจากยอดผู้ติดเชื้อที่กำลังลดลงทั่วโลก ล่าสุดองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 แล้ว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกมี 3 ล้าน 1 แสนราย ลดลงจาก 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นถึงร้อยละ 17 ตอนนี้ทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 107 ล้านคน เสียชีวิตแล้ว 2 ล้าน 3 แสนราย

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ