โดยการตัดสินใจเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นของหลาย ๆ ประเทศ แม้องค์การอนามัยโลก หรือ WHO จะออกมาเรียกร้องอย่างชัดเจน ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำอย่างมหาศาลในการรับมือวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้ หลังประเทศที่ร่ำรวยกว่าต่างเดินหน้าโครงการฉีดวัคซีนเพื่อปกป้องประชาชนของตัวเอง โดยเฉพาะจากเชื้อสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
เริ่มด้วยฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงระบุวานนี้ (5 ส.ค.) ว่า ฝรั่งเศสเตรียมที่จะฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ผู้สูงอายุและประชาชนกลุ่มเปราะบาง ตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไป โดยย้ำว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเยอรมนี ระบุว่า จะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้สูงอายุ- ผู้ที่อยู่ในบ้านพักคนชรา ตั้งแต่เดือน ก.ย. เช่นกัน โดยชี้แจงว่า เยอรมนีต้องการฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อเป็นการป้องกันให้กับกลุ่มเปราะบาง และขณะเดียวกันเยอรมนีก็สนับสนุนการฉีดวัคซีนทั่วโลกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจะบริจาควัคซีนให้กับประเทศยากจนอย่างน้อย 30 ล้านโดส
ด้าน ชิลี ประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิญเญรา ประกาศวานนี้ว่า ชิลีจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนของซิโนแวคครบโดสแล้ว หลังผลการศึกษาหลายชิ้นพบว่า ภูมิคุ้มกันลดลง หลังจากฉีดซิโนแวคสองเข็มผ่านไปหลายเดือน
สำหรับวัคซีนที่ชิลีจะฉีดให้เป็นเข็มที่ 3 นั้นจะเป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยจะเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ให้กับผู้ที่มีอายุ 55 ขึ้นไปที่ได้รับวัคซีนสองโดสแรกก่อน 31 มี.ค.