“การฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรไขว้” ยังคงเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจและพยายามศึกษากันอยู่ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ล่าสุด จีนได้ทำการวิจัยการฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรไขว้โดยเป็นวัคซีนเชื้อตายและวัคซีนอะดีโนไวรัสเวกเตอร์ เหมือนของไทยที่เป็นซิโนแวค-แอสตร้าเซเนก้า แต่วัคซีนที่จีนใช้ในการทดลองนั้น ตัวหนึ่งเป็นซิโนแวค แต่อีกตัวเป็น “คอนวิดีเซีย (Convidecia)” ซึ่งเป็น Adenovirus 5-based COVID-19 vaccine หรือ Ad5 ที่พัฒนาโดยบริษัทแคนซิโนของจีน
ทีมหมอ สธ. ออกชี้แจง "ประสิทธิภาพวัคซีนสูตรไขว้หลังฉีดไปแล้ว 1.5 ล้านโดส"
การทดลองใช้กลุ่มตัวอย่างอายุ 18-59 ปี โดยเป็นผู้ที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็มมาแล้ว 3-6 เดือน จำนวน 198 คน เป็นผู้ที่ได้รับซิโนแวค 1 เข็มมาแล้ว 1-2 เดือน จำนวน 101 คน รวมกลุ่มตัวอย่าง 299 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ
กลุ่ม A 96 คน สูตร ซิโนแวค + ซิโนแวค + คอนวิดีเซีย (รับเข็ม 2 ผ่านไป 3-6 เดือน)
กลุ่ม B 102 คน สูตร ซิโนแวค + ซิโนแวค + ซิโนแวค
กลุ่ม C 51 คน สูตร ซิโนแวค + คอนวิดีเซีย
กลุ่ม D 50 คน สูตร ซิโนแวค + ซิโนแวค
จากนั้นนำตัวอย่างจากผู้ได้รับวัคซีนแต่ละสูตร ไปทำการทดสอบกับเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็น ๆ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ โดยดูจากระดับแอนติบอดีชนิด Neutralizing Antibody (NAb) ระดับทีเซลล์ (T-Cell) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิต้านทานชนิดหนึ่ง มีหน้าที่หลักในการหาเซลล์ที่ติดเชื้อหรือเชื้อโรคต่าง ๆ และกำจัดมัน
โดยจะทำการตรวจวัดระดับแอนติบอดีต่าง ๆ ข้างต้นหลังได้รับเข็มสุดท้ายเป็นเวลา 14 และ 28 วัน รวมถึงศึกษาผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นด้วย ผลที่ได้ออกมาเป็นดังนี้
ระดับแอนติบอดี NAb ที่ 14 วันหลังเข็มสุดท้าย A = 197.4, B = 33.6, C = 54.4, D = 12.8
ระดับแอนติบอดี NAb ที่ 28 วันหลังเข็มสุดท้าย A = 150.3, B = 35.3, C = 49.6, D =10.6
เท่ากับว่า การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยสูตรไขว้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม A หรือกลุ่ม C สร้างระดับแอนติบอดี NAb สูงกว่าการใช้สูตรฉีดด้วยซิโนแวคทั้งหมด
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์ข้อความอธิบายงานวิจัยดังกล่าวว่า “จากตัวเลขจะเห็นว่า การกระตุ้นด้วยคอนวิดีเซีย สามารถได้ค่า NAb ที่สูงกว่าการกระตุ้นด้วยวัคซีนซิโนแวคเอง สอดคล้องกับผลที่ทีมประเทศไทยได้มา แต่ข้อน่าสังเกตคือ จุดสูงสุด (ของแอนติบอดี) มันเกิดขึ้นที่ 2 สัปดาห์ แต่ 2 สัปดาห์ต่อมา ค่า NAb เริ่มมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะในกลุ่ม A”
ส่วนประเด็นเรื่องผลข้างเคียง พบว่า กลุ่มที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรไขว้ ทั้งแบบ 3 เข็มและ 2 เข็ม มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูงกว่ากลุ่มที่รับซิโนแวคทุกเข็ม แต่ผลข้างเคียงที่พบ เช่น ปวด บวม แดง ไข้ ปวดหัว เวียนหัว เพลีย ฯลฯ อยู่ในระดับอ่อนหรือปานกลาง ซึ่งหายได้เองในเวลา 1-2 วัน
ส่วนข้อมูลระดับทีเซลล์พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันมากนักในแต่ละกลุ่ม
สำหรับวัคซีนโควิด-19 ซิโนแวคนั้น มีข้อมูลว่ามีประสิทธิภาพทั่วไปในการป้องกันโควิด-19 ประมาณ 50.4% ส่วนคอนวิดีเซียมีประสิทธิภาพประมาณ 65%
นี่นับเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่ออกมาสนับสนุนว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 สูตรไขว้ต่างชนิดกันนั้นมีประโยชน์สูงกว่าการฉีดชนิดเดียวเพียว ๆ และนับเป็นไม่กี่ที่นอกจากไทย ที่ศึกษาการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายไขว้กับอะดีโนไวรัสเวกเตอร์
อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่
ภาพจาก AFP