เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ ก่อนฑูตขึ้นกล่าวเวทียูเอ็น


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด เมื่อเกาหลีเหนือมีการทดสอบขีปนาวุธแบบทิ้งตัว ซึ่งเป็นขีปนาวุธประเภทที่ สหประชาชาติ (UN) ห้ามทดสอบ หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง เกาหลีใต้ก็มีการทดสอบการยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา เกาหลีเหนือ ทดสอบขีปนาวุธอีกครั้ง แม้จะยังไม่มีรายละเอียด แต่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นออกมาประนามแล้ว

เกาหลีเหนือ เย้ยขีปนาวุธเกาหลีใต้ เหมือนภาพตัดต่อ-พัฒนาไม่สมบูรณ์

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์

ยังไม่มีภาพของการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดเผยแพร่ออกมา มีเพียงข้อมูลที่ออกมาจากฝั่งเกาหลีใต้ที่ระบุว่า การทดสอบเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยยิงจากหุบเขาในจังหวัดชากัง ที่มีพรมแดนติดกับจีน จากนั้นขีปนาวุธได้ลอยไปตกยังทะเลตะวันออก ในน่านน้ำของญี่ปุ่น  เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า นั้นเป็นขีปนาวุธประเภทใด และมีระยะพิสัยมากแค่ไหน

ปัจจุบันเกาหลีเหนือถูกทางสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) ห้ามไม่ให้ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และขีปนาวุธแบบทิ้งตัว

หลังข่าวการทดสอบออกมา ผู้นำญี่ปุ่นเปิดแถลงข่าวเรื่องร้องให้มีการตรวจสอบว่า ที่เกาหลีเหนือทดสอบเป็นขีปนาวุธแบบไหน ในความเห็นญี่ปุ่น คาดกันว่า น่าจะเป็นขีปนาวุธแบบทิ้งตัว ซึ่งมีความอันตรายมากกว่าขีปนาวุธแบบร่อน เป็นแบบเดียวกับที่เกาหลีเหนือเพิ่งจะทดสอบไปเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

หากเป็นขีปนาวุธแบบทิ้งตัวอย่างที่ญี่ปุ่นคาดการณ์จริง นี่จะเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ที่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธต้องห้ามนี้ ครั้งที่ 1 คือ เมื่อเดือนมีนาคม เป็นการทดสอบขีปนาวุธพิสัยใกล้แบบทิ้งตัว ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา เป็นขีปนาวุธแบบทิ้งตัวเช่นกัน โดยยิงจากฐานในขบวนรถไฟที่กำลังแล่น ขีปนาวุธตัวนี้สามารถเดินทางได้อย่างน้อย 800 กิโลเมตร และไต่ระดับสูงสุดที่ 60 กิโลเมตร

นอกจากญี่ปุ่น อีกประเทศที่ออกมามีปฏิกิริยาเกาหลีเหนือทันที คือ เกาหลีใต้ โดย บู ซ็อง ชาน โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ ว่าการทดสอบครั้งนี้ทำลายความหวังในการพบกันระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลี

หลังจากคิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือเพิ่งจะตอบรับว่า กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ หรือ Inter-Korean summit ความพยายามในการจัดการประชุมเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีมุน แจ อิน แห่งเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติในนิวยอร์ก

 

เกาหลีใต้เปิดตัวเรือดำน้ำที่ยิงขีปนาวุธได้ลำใหม่

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เกาหลีใต้มีกำหนดการเปิดตัวเรือดำน้ำลำใหม่ขนาด 3,000 ตัน ที่ระบุว่า สามารถยิงขีปนาวุธได้ เรือดำน้ำมีชื่อว่า ซิน แชโฮ โดยพิธีเปิดจัดขึ้นที่อู่ต่อเรือของบริษัทฮุนได ในเมืองอุลซัน เมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า เป็นกำหนดการที่วางแผนล่วงหน้า ไม่เกี่ยวข้องกับการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่

นับเป็นเรือดำน้ำยิงขีปนาวุธลำที่ 3 ที่เกาหลีใต้มีในครอบครอง หลังจากเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา เกาหลีใต้เพิ่งจะประกาศความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำไป และในอนาคตพวกเขามีแผนที่จะพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ด้วย

ในทางปฏิบัติ ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างการทำสงคราม และเป็นหนึ่งในสงครามที่ยือเยื้อยาวนานที่สุด สงครามเกาหลีเริ่มขึ้นไม่นานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ และเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยฝั่งเกาหลีเหนือปกครองแบบคอมมิวนิสต์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต  และฝั่งเกาหลีใต้ปกครองแบบประชาธิปไตยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่างฝ่ายต่างต้องการผนวกเอาดินแดนที่เหลือมาเป็นของตน เกิดการปะทะตามแนวชายแดน

 

25 มิถุนายน 1950 เกาหลีเหนือยกทัพข้ามเขตแดน เข้าสู่เขตเกาหลีใต้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติมีมติส่งกองทัพไปช่วยเกาหลีใต้ ในขณะที่เกาหลีเหนือเริ่มเพลี่ยงพล้ำ จีนก็กระโดดร่วมวงสงคราม เพราะกลัวว่า กองทัพเกาหลีใต้และพันธมิตรจะประชิดชายแดนจีน พอจีนเข้ามา สงครามยืดเยื้อ รบกันอยู่ 3 ปี ไม่มีใครแพ้ใครชนะ ทั้งสองฝ่ายเสียหายอย่างหนัก  ในที่สุด 27 กรกฎาคม 1953 เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จึงตกลงเซ็นสัญญาสงบศึก

เกาหลีเหนือเริ่มโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หลังจากนั้น โดยอ้างว่าเนื่องจากอยู่ในภาวะสงครามและเพื่อป้องกันตัวเอง เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM ที่สามารถยิงได้มากกว่า 10,000 กิโลเมตร เพื่อไปถึงสหรัฐอเมริกาให้ได้ เกาหลีเหนือเคยทดสอบ ICBM แล้วแต่ยังไม่ใครยืนยันว่าสำเร็จหรือไม่ ที่คาดว่าทำได้แล้วคือ ขีปนาวุธพิสัยใกล้และกลางที่สามารถยิงไปได้ถึงญี่ปุ่น และยังคาดกันด้วยว่า เกาหลีเหนือสามารถพัฒนาให้นิวเคลียร์ให้มีขนาดเล็กพอที่จะติดไปกับขีปนาวุธได้ด้วยเช่นเดียวกัน

การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดยังเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เอกอัคราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เนื้อหาระบุว่า เกาหลีเหนือมีสิทธิอันชอบธรรมในการทดสอบอาวุธ

 

ทูตเกาหลีเหนือยันกลางเวที UN มีสิทธิทดสอบอาวุธ

คิม ซ็อง เอกอัคราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ พูดในที่ประชุมใหญ่สมัขขายูเอ็นว่า เกาหลีเหนือมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง นี่คือความจริงที่นานาชาติไม่อาจปฏิเสธได้

ทูตเกาหลีเหนือประจำยูเอ็นยังอัดสหรัฐฯ อย่างตรงไปตรงมา  ระบุว่า ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างเปียงยาง และวอชิงตันนั้นเกิดขึ้นจากการที่สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นนโยบายนี้เป็นสิ่งที่ผิดยุคผิดสมัยอย่างมาก และทางเดียวที่คาบสมุทรเกาหลีจะสงบได้ก็ต่อเมื่อ สหรัฐฯ ยุตินโยบายเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ และถอนทหารออกจากเกาหลีใต้ให้หมด

นับตั้งแต่มีการเซ็นสัญญาหยุดยิงระหว่างสองเกาหลีเมื่อปี 1953 สหรัฐฯคงกำลังทหารในเกาหลีใต้มาโดยตลอด ปัจจุบันสหรัฐฯ มีทหารประจำการในเกาหลีใต้ราว 28,500 นาย โดยระบุว่า เพื่อปกป้องเสถียรภาพของคาบสมุทรเกาหลี

และเป็นเหตุผลที่ทำให้เกาหลีเหนือบอกว่า สหรัฐเป็นภัยคุกคามและตังเองต้องมีนิวเคลียร์เพื่อปกป้อง

ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ รวมถึงการคว่ำบาตร แต่ก็ไม่ได้ผล เกาหลีเหนืออดอยาก แต่ยังไงก็ไม่ยอมยกเลิกการพัฒนานิวเคลียร์

อีกวิธีหนึ่งคือ ใช้การทูต ที่โครมครามที่สุดคือปี 2018 โดยผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน พบกันและเกาหลีเหนือพบกันที่สิงคโปร์ เป็นภาพประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ เสนอให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบตรทางการค้า แต่ก็ไม่สำเร็จ เกาหลีเหนือไม่ยอม เพราะในข้อตกลงเป็นการกำหนดให้ปลดอาวุธเพียงฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตาม โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบัน เคยกล่าวว่า ยินดีพบปะกับคิม จอง อึน ที่ไหน เวลาใดก็ได้ เพื่อสานต่อความพยายามปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือไม่มีผู้ติดเชื้อ แต่ยกการ์ดสูงป้องกันโควิด

ปริศนาในเกาหลีเหนือ ประเทศที่ปิดตัวเองอย่างโดดเดี่ยวไม่ได้มีแค่ ศักยภาพด้านอาวุธที่ยังคงเป็นที่กังขา แต่ยังรวมถึงประเด็นโควิด-19 ด้วย เนื่องจากจวบจนวันนี้ เกือบ 2 ปีแล้วที่โลกเผชิญกับการระบาด แต่เกาหลีเหนือยังคงอ้างว่า พวกเขาไม่พบผู้ติดเชื้อเลย  แต่ล่าสุดปรากฏภาพแปลกตาออกมา โดยเป็นภาพเจ้าหน้าที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ แบบเดียวกับที่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อทำ

ภาพจากอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งในกรุงเปียงยาง  เจ้าหน้าที่ในชุดป้องกันสีส้มกำลังระดมพ่นยาฆ่าเชื้อตามจุดต่าง ๆ รวมไปถึงมินิมาร์ทของตึก  อีกภาพแปลกตา คือ ชาวเกาหลีเหนือที่ใช้ชีวิตภายใต้มาตรการป้องกันอย่าง การวัดอุณหภูมิและกดเจลล้างมือก่อนเข้าอาคาร ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น แม้เกาหลีเหนือจะระบุว่าไม่เคยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตามมีเสียงสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่พนักงานมินิมาร์ท ระบุว่า ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันเชื้อ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดทั่วโลกยังคงน่ากังวล

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในชุดป้องกันสีส้มแบบนี้เคยปรากฏตัวมาแล้ว ในขบวนพาเหรดฉลองวันครบรอบ 73 ปีแห่งการสถาปนาก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ในตอนนั้นสื่อต่างประเทศคาดว่านี่คือหน่วยพิเศษที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับโควิด-19 เคียงคู่กันคือข้อกังขาที่ว่า เกาหลีเหนือปิดบังจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงหรือไม่

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ