ซากโรงกลั่นไวน์ดังกล่าวถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอิตาลีจากมหาวิทยาลัยอูดิเน (Udine) ประเทศอิตาลี และหน่วยงานด้านโบราณวัตถุในเมืองดะฮูก ( Duhok) ประเทศอิรัก ที่กำลังบูรณะโบราณสถานมรดกโลกในเมืองดังกล่าว
โดยซากโรงกลั่นไวน์ที่พบนี้ประกอบไปด้วยหลุม 14 หลุม ซึ่งถูกเจาะเป็นรูปสี่เหลี่ยมและวงกลมบนพื้นที่ของภูเขาลูกหนึ่ง ทางตอนเหนือของพื้นที่อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ที่ปัจจุบันคือหมู่บ้านคานาส (Khanas)
ไบคาซ กามาล เอลดิน (Baikaz Gamal Eldin) หัวหน้างานด้านโบราณวัตถุของเมืองดะฮูก ระบุว่าซากโรงกลั่นไวน์ที่พบมีอายุประมาณ 2,700 ปี อยู่ในยุคอาณาจักรอัสซีเรีย เป็นซากโรงกลั่นไวน์โบราณแห่งแรกที่พบในพื้นที่ทางตอนบนของแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมีย และอาจมีความเก่าแก่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
โดยซากโรงกลั่นไวน์ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกในขณะนี้คือซากโรงกลั่นไวน์ที่พบในประเทศอาร์เมเนีย ซึ่งคาดว่ามีอายุประมาณ 6,000 ปี