สหราชอาณาจักรที่แรกในโลก อนุมัติใช้ยา "โมลนูพิราเวียร์" รักษาโควิด-19


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หน่วยงานกำกับดูแลยาของสหราชอาณาจักรอนุมัติให้ใช้ยา “โมลนูพิราเวียร์” ในการรักษาโควิด-19 เป็นที่แรก เริ่มใช้จริง กลางเดือน พ.ย. นี้

MHRA หน่วยงานกำกับดูแลยาของสหราชอาณาจักรเป็นที่แรกในโลกที่อนุมัติให้ใช้ยา “โมลนูพิราเวียร์” ยาเม็ดต้านโควิด-19 ชนิดรับประทานสำหรับรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อรองรับสถานการณ์ที่คาดว่า จะมีผู้ป่วยใหม่หลายหมื่นคนเมื่อฤดูหนาวมาเยือน

โดยสหราชอาณาจักรสั่งจองโมลนูพิราเวียร์ไว้ 480,000 คอร์ส มีกำหนดแจกจ่ายกลางเดือน พ.ย. นี้ และจะให้ความสำคัญกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น ในเบื้องต้น จะมอบยาให้ผู้ป่วยโดยสาธารณสุขอังกฤษ (NHS)

สธ.ของบฯ ซื้อโมลนูพิราเวียร์ ครม. 3 พ.ย.นี้

ไฟเขียวบริษัทยาทั่วโลกผลิต "ยาโมลนูพิราเวียร์" ได้

“เซ้นต์ ศุภพงษ์” ปัดเป็นนักแสดงเรื่องมาก

ศ.ปีเตอร์ ฮอร์บี หัวหน้าร่วมของการทดลอง Recovery Trial ของการรักษาโควิดที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า การตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาและสุขภาพ (MHRA) เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นช่วงเวลาหนึ่งในการแก้ปัญหาการระบาดใหญ่

MHRA กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ายาที่พัฒนาโดย Ridgeback Biotherapeutics และ Merck Sharp and Dohme (MSD) มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงของการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในผู้ที่เป็นโรคโควิด-19 ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงเพิ่มขึ้น

ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็น “วันแห่งประวัติศาสตร์” และเสริมว่า “ตอนนี้สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์ นี่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง”

สหราชอาณาจักรสั่งซื้อโมลนูพิราเวียร์หลังจากผลการทดลองทางคลินิกในสหรัฐฯ พบว่า การให้ยา 1 คอร์ส หรือ 5 วัน วันละ 2 เม็ด ช่วยลดความเสี่ยงในการเข้าโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงลงได้ครึ่งหนึ่ง

โมลนูพิราเวียร์รบกวนความสามารถในการแบ่งตัวของไวรัส ซึ่งหมายความว่า ไวรัสจะไม่สามารถเพิ่มจำนวนและเข้าถึงระบบทางเดินหายใจในระดับที่สูงพอที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยร้ายแรงได้

ทั้งนี้ เนื่องจากยาจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อให้ในระยะแรกของการติดเชื้อ MHRA จึงแนะนำให้ใช้โดยเร็วที่สุดหลังมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก หรือควรรับยาภายใน 5 วันหลังเริ่มแสดงอาการป่วย

ยานี้ได้รับการอนุมัติใช้สำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยร้ายแรง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

ดร.จูน เรน ผู้บริหารระดับสูงของ MHRA กล่าวว่า “หลังจากการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวดโดยนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์ของเรา เราพอใจในความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพของโมลนูพิราเวียร์ ... ถือเป็นการเพิ่มคลังอาวุธของเราในการรับมือโควิด-19 นอกจากนี้ ยังเป็นยาตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองว่าต้านโควิด-19 ได้จริง การที่สามารถรับประทานได้ต่างจากยาอื่นที่ต้องฉีดเข้าหลอดเลือดถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหมายความว่า สามารถให้ยานอกสถานพยาบาลได้”

โมลนูพิราเวียร์นับเป็นยาตัวแรกที่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยที่ยังไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ โดยก่อนหน้านี้หลายประเทศใช้เรมดิซิเวียร์ หรือเดกซาเมทาโซน ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แต่ยาดังกล่าวจะให้ได้ก็ต่อเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วเท่านั้น

วิจัยพบ "ยีนเสี่ยง" ในชาวเอเชียใต้ ทำเสี่ยงตายจากโควิด-19 เป็น 2 เท่า

จีนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่หยุด รัฐยันต้องกดยอดเป็นศูนย์

สำหรับประเทศไทยเองอยู่ระหว่างขออนุมัติงบประมาณจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ จำนวน 5 หมื่นคอร์ส หรือ 2 ล้านเม็ด โดยช่วงเดือน พ.ย. นี้ คาดว่า อย.ไทยจะอนุมัติยาดังกล่าว และต้นปี 2565 จะเริ่มใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในไทย

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ