มาทีอุส โมราวิคี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์เปิดแถลงข่าวพูดเรื่องนี้ตรง ๆ ว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียด้วยว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยการจัดฉากสถานการณ์กับ อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค ประธานาธิบดีเบลารุส พร้อมระบุว่า การกระทำของรัสเซียและเบลารุสครั้งนี้ คือ การทำลายความมั่นคงของโปแลนด์และสหภาพยุโรป
ทั้งนี้รัสเซียและเบลารุสไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่โปแลนด์บอกว่า ทั้งสองประเทศนี้กำลังพยายามยุงยง เปิดทางให้ผู้อพยพจากตะวันออกกลาง เดินทางเข้าสู่ยุโรป
โดยผ่านเบลารุส เข้าสู่โปแลนด์ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่อยู่ติดกับเบลารุส เนื่องจากหากพวกเขาเข้าสู่สหภาพยุโรปได้ ก็จะเป็นหน้าที่ของสหภาพยุโรปต่อในการดูแลจัดการกับบรรดาผู้อพยพ
สหภาพยุโรปประณาม ประธานาธิบดีลูคาเชนโค ระบุว่า ใช้ผู้อพยพเป็นเครื่องมือตอบโต้สหภาพยุโรป หลังจากสหภาพยุโรปคว่ำบาตรเบลารุส เนื่องจากลูคาเชนโคใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่ออกมาประท้วงผลการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว
เมื่อปีที่แล้วมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเลลารุส และลูคาเชนโกชนะเลือกตั้งได้เป็นผู้นำต่อสมัยที่ 6 ส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจ มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ คนนับแสนออกมาประท้วง ลูคาเชนโกใช้กำลังเข้าปราปรามอย่างหนัก ทำให้สหภาพยุโรปไม่พอใจปละประกาศคว่ำบาตร
ลูคาเชนโคจึงต้องการดัดหลังสหภาพยุโรป สิ่งที่เขาทำคือ กระตุ้น ส่งเสริม และอำนวยความสะดวกให้บรรดาผู้อพยพเปลี่ยนเส้นทางที่ใช้ในการลี้ภัย แทนที่จะไปที่กรีซตามเส้นทางเดิม ให้เปลี่ยนมาผ่านเบลารุสแทน เพื่อที่ผู้อพยพจะได้เดินเท้าต่อไปที่โปแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย ก่อนเข้าสู่ยุโรปตะวันตก และในระหว่างที่ผู้อพยพยังข้ามไปไม่ได้ ลูคาเลนโคก็จงใจใช้ชีวิตของคนเหล่านี้เป็นเครื่องมือเดิมพัน ต่อรองกับสหภาพยุโรป
ก่อนหน้านี้เส้นทางหลักของผู้อพยพจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือไม่ใช่เส้นนี้ พวกเขามักใช้เส้นทางที่มุ่งมายังตุรกี จากนั้นก็นั่งเรือข้ามทะเลอีเจียนมาที่เกาะคอส หรือเกาะเลสบอสของกรีซ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ข้ามทะเลที่สั้นที่สุดในการเดินทางมายุโรป แต่ว่าตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากบินมายังกรุงมินสก์ของเบลารุส โดยใช้เที่ยวบินจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เลบานอน และยูเครน
เมื่อเดือนตุลาคม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี ระบุว่า จำนวนเที่ยวบินจากกรุงเบรุต กรุงดามากัส และกรุงอัมมาน ที่เข้ามายังกรุงมินสก์มีมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้เกิดขึ้น เพราะประธานาธิบดีลูคาเชนโค ออกมาตราการหลายอย่างเพื่อดึงให้ผู้อพยพใช้เส้นทางนี้
สถานการณ์ล่าสุดส่งผลให้มีผู้อพยพจากตะวันออกกลางและแอฟริกาหลายพันคนตกค้าง ไปต่อไม่ได้ กลับบ้านก็ไม่ได้ และขณะนี้กำลังปักหลักบริเวณชายแดนโปแลนด์-เบลารุส อีกความกังวลคือ ทวีปยุโรปกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวในไม่ช้า และผู้อพยพเหล่านี้ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดท่ามกลางอากาศหนาว ซึ่งอุณหภูมิในเวลากลางคืนต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส และเมื่อเดือนตุลาคม สำนักข่าวบีบีซีเพิ่งจะรายงานว่ามีผู้อพยพจำนวนหนึ่งเสียชีวิตจากอากาศหนาวกลางป่า
ส่วนเมื่อคืนนี้คณะกรรมการชายแดนเบลารุสเผย วิดีโอผู้อพยพที่ได้รับบาดเจ็บ พวกเขามีบาดแผลตามร่างกาย และต้องตั้งค่ายกลางป่าท่ามกลางอากาศหนาว ระบุว่าคนเหล่านี้อยู่ที่พรมแดนโปแลนด์ ส่วนเมื่อบ่ายวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าว AFP รายงานว่าตำรวจโปแลนด์ได้จับกุมผู้อพยพกว่า 50 คนที่แอบข้ามเข้ามายังเขตโปแลนด์ และขณะนี้ก็กำลังติดตามว่ามีผู้ลี้ภัยกลุ่มอื่นลักลอบเข้ามาอีกหรือไม่
องค์กรสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า รัฐบาลชาตินิยมของโปแลนด์กำลังละเมิดอนุสัญญาเจนีวา ว่าด้วยประเทศภาคีจะต้องรองรับผู้อพยพ แต่ขณะนี้โปแลนด์กำลังผลักให้ผู้อพยพให้กลับไปยังเบลารุส แม้ว่าพวกเขาจะทำเรื่องยืนยันสถานะผู้ลี้ภัยเพื่อขอความคุ้มครองในยุโรป
นอกจากนี้โปแลนด์ยังสั่งห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าว และกลุ่มความช่วยเหลือมนุษยชนเข้าไปในพื้นที่ชายแดนโปแลนด์-เบลารุส อย่างไรก็ตาม โมราวิคี นายกโปแลนด์ ยืนยันว่า การกระทำของโปแลนด์ไม่ได้ผิดกฎหมายแต่อย่างใด และนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่พรมแดนของโปแลนด์ถูกละเมิดอย่างรุนแรง โปแลนด์จึงต้องปกป้องอาณาเขตของตน
ด้านเบลารุส เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีลูคาเชนโซให้สัมภาษณ์กับสื่อรัฐบาลเกี่ยวกับประเด็นผู้ลี้ภัย ย้ำว่าเบลารุสจะหลีกเลี่ยงการใช้กำลังและอาวุธในทุกกรณี และจะควบคุมไม่ให้สถานการณ์ชายแดนรุนแรงไปกว่านี้
อย่างไรเขากล่าวว่าเบลารุสจะไม่ยอมอ่อนข้อ และย้ำว่าผู้ลี้ภัยเหล่านี้เข้ามายังเบลารุสโดยถูกกฎหมาย โดยมีเบลารุสเป็นประเทศพึ่งพิง