ผู้นำยูเครนชี้ทหารรัสเซียประชิดพรมแดนแล้ว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ยูเครนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศแล้ว หลังวิกฤตนี้ตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีปูตินรับรองเอกราชของสองแคว้นที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนในยูเครน ล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ ชี้ว่าในเวลานี้มีทหารรัสเซียกว่าสองแสนนายประชิดชายแดนยูเครนแล้ว และเตือนว่า นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามในยุโรป

ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครนออกแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์วานนี้ว่า เขาได้หาทางเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเพื่อลดความขัดแย้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้รับการตอบรับใดๆจากอีกฝ่าย และในเวลานี้  ริมชายแดนของรัสเซียติดกับยูเครน มีทหารประจำการอยู่มากกว่าสองแสนนาย ยานพาหนะของกองทัพอีกหลายพันคัน นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่บนแผ่นดินยุโรป

ยูเครนยังร้องขอไปยังประชาชนชาวรัสเซียว่า ชาวรัสเซียต้องการสงครามหรือไม่ เพราะคำตอบทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับชาวรัสเซีย

ด่วน! ปูตินประกาศ “รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน” ชี้อาจต้องนองเลือด

ยูเครนประณามรัสเซีย ย้ำไม่ได้เป็นหนี้ใคร

สภารัสเซียไฟเขียวปูตินส่งทหารรบนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม เขายังได้เตือนรัสเซียว่า ถ้าหากรัสเซียโจมตีจริง เพื่อยึดเสรีภาพและชีวิตของชาวยูเครน ยูเครนก็จะสู้เพื่อปกป้องตนเอง

ส่วนก่อนการออกแถลงการณ์ดังกล่าว ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เป็นประธานการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังสถานการณ์ตึงเครียดขึ้น นับจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ประกาศรับรองเอกราชของสองแคว้นในยูเครนตะวันออก และจะส่งทหารรัสเซียเข้ามายังพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นการรักษาสันติภาพ

ในเวลาต่อมาอเลกซี ดานิลอฟ (Oleksiy Danilov) เลขาธิการสภาความั่นคงและการป้องกันประเทศยูเครนแถลงว่า รัฐสภาได้ลงมติรับรองการตัดสินใจที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศแล้ว โดยจะบังคับใช้เป็นระยะเวลา 30 วัน และต่ออายุได้คราวละ 30 วัน

เปิดแผนการ “วลาดิเมียร์ ปูติน” ส่งกองทัพบุกยูเครน หลังสภาสูงรัสเซียอนุมัติ

ส่วนภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮานสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครนที่เพิ่งได้รับการรับรองเอกราชจากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ถูกประกาศเป็นพื้นที่สภาวะฉุกเฉินมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา

สำหรับการประกาศสภาวะฉุกเฉินของยูเครนให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐเลือกใช้มาตรการต่างๆเพื่อความมั่นคง ทั้งการจำกัดการขนส่ง เพิ่มการรักษาความปลอดภัยสำหรับสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญ และ ห้ามการหยุดงานประท้วง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐในระดับภูมิภาคยังมีอำนาจพิจารณาประกาศห้ามประชาชนออกจากบ้าน หรือ เคอร์ฟิว

ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศยูเครนออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังรัสเซีย และ ผู้ที่อยู่ในรัสเซียควรเดินทางออกให้เร็วที่สุด

หลังจากออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมดูแล ชายแดนของยูเครนติดกับรัสเซียและเบลารุส โดยจะเริ่มบังคับใช้วันนี้เป็นต้นไป

รายงานยังระบุว่า ยูเครนได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดน ตามจุดข้ามแดนต่างๆในภูมิภาคคาร์คีฟอีกด้วย เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณชายแดน

ส่วนเมื่อวานนี้ ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งจัดการประชุมว่าด้วยประเด็นยูเครน  ดีมีโตร คูเลบา รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของยูเครน ได้ร้องขอสหประชาชาติให้หยุดยั้งแผนการอันก้าวร้าวของรัสเซีย ซึ่งเขาบอกว่า ไม่มีใครจะรอดจากวิกฤตนี้ไปได้  ถ้าหากประธานาธิบดีปูตินตัดสินใจเดินหน้าบุกยูเครนจริง

ในที่ประชุมดังกล่าวก็ยังมีทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติอยู่ด้วย ซึ่งเขาก็ตอบโต้ว่า สาเหตุที่ทำให้รัสเซียจะเพิกเฉยไม่ได้เพราะว่ามีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นในภูมิภาค

ดอนบาสของยูเครน และกล่าวหาว่า การที่ทุกฝ่ายตำหนิการตัดสินใจของรัสเซียที่รับรองอธิปไตยให้แก่สองแคว้นในยูเครนตะวันออกนั้น เหมือนเป็นการแสดงออกว่า ทุกฝ่ายเพิกเฉยต่อชะตากรรมของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เหมือนเช่นที่ทั้งรัฐบาลยูเครนและชาติตะวันตกทำมาตลอด 8 ปีที่เกิดความขัดแย้งขึ้นที่นั่น

{relatedline-166940}

ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ก็ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น และรีบลดความตึงเครียดของสถานการณ์ลงได้แล้ว รวมถึงให้กลับเข้าสู่โต๊ะการเจรจาเพื่อแก้วิกฤต

 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ