จับตาวิกฤต “รัสเซีย-ยูเครน” สงครามใกล้จะปะทุหรือไม่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ชายแดนรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดเริ่มรุนแรงขึ้น หลังจากยืดเยื้อมาร่วมเดือน ล่าสุดนานาชาติกังวลว่า ความขัดแย้งกำลังส่อเค้าเกิดสงคราม ด้านสหรัฐฯประกาศให้เจ้าหน้าที่สถานทูตประที่จำประจำในยูเครนออกนอกประเทศ และห้ามพลเมืองเดินทางไปยังยูเครน

รัสเซีย จับมือพันธมิตรซ้อมรบต่อ เมินสหรัฐฯขู่ หากยกทัพบุกยูเครน

“ไบเดน” ขู่รัสเซีย หากคิดบุกยูเครน สหรัฐฯพร้อมตอบโต้

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังแถลงขู่หากรัสเซียบุกยูเครน สหรัฐฯ และพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ซึ่งมีสมาชิกกว่า 30 ประเทศจะรวมกำลังกันต่อต้านรัสเซียอย่างเต็มที่

ฝั่งยูเครนคู่กรณีก็เตรียมพร้อมหากเกิดการรุกราน พร้อมทั้งรับอาวุธยุทโธปกรณ์ชุดที่ 2 จากสหรัฐเพื่อเตรียมรับมือ

ด้านรัสเซีย ได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอังกฤษว่า เตรียมรัฐบาลหุ่นเชิดไว้สำหรับควบคุม พร้อมทั้งปฏิบัติการซ้อมรบทางทะเลกับเพื่อนเก่าอย่างอิหร่านและจีนบนคาบสมุทรโอมานต่อ

สถานการณ์ในปัจจุบัน จากแผนที่จะเห็นว่า ยูเครน ติดกับรัสเซียทางตะวันออก ส่วนทางตอนเหนือติดกับเบลารุส ในขณะที่ทางฝั่งตะวันตกติดกับพัธมิตรชาติตะวันตก  ดังนั้นการส่งกองกำลังของรัสเซียไปยังเบลารุสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงไม่ต่างอะไรจากการขยายกองกำลังรัสเซียให้โอบล้อมยูเครนมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่รัสเซียส่งทหารไปประจำการประชิดชายแดนยูเครนอยู่แล้ว ทุกวันนี้กองกำลังรัสเซียก็ยังคงประจำการอยู่

ข้อมูลจากสำนักข่าว New York Times กองกำลังเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ทหารภาคพื้นดิน แต่ยังรวมถึงพลปืนใหญ่ พลรถหุ้มเกราะและพลรถถัง โดยคาดกันว่าขณะนี้ประจำการอยู่ที่เมืองเยลเนีย, คลินซึย, โซโลตี, โบกูชาร์, วอลโกกราด, รอสตอฟออนดอน และไครเมีย แห่งละไม่ต่ำกว่า 5,000 นาย

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า ในแคว้นโดเนตสก์และลูฮานสก์ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของยูเครน ที่ปัจจุบันยังมีการสู้รบระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนสนับสนุนรัสเซียและรัฐบาลยูเครน ในพื้นที่นี้ก็มีทหารรัสเซียประจำการมากกว่า 20,000 นาย เช่นกัน

 

ท่ามกลางการปิดล้อม เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา  ผู้แทนสหรัฐฯ และยูเครน ได้เข้าเจรจาปัญหาความตึงเครียดชายแดนยูเครน-รัสเซียครั้งใหม่ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แม้ผลการประชุมที่ออกมา ต่างฝ่ายต่างยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ แต่ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันว่าจะหารือด้วยวิธีการทางทูตต่อไปจนกว่าจะได้ทางออกแบบสันติวิธี

ด้าน แอนโทนี บลิงเคนรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า หากรัสเซียบุกยูเครน รัสเซียจะเจอการตอบโต้อย่างแน่นอน

การป้องปรามคืออะไร ?  การป้องปรามเป็นหลักหนึ่งในนโยบายความมั่นคง หมายถึง การไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้กระทำทางการทหาร หรือข่มขู่ โดยทำให้ศัตรูรู้ว่าถ้ามีการกระทำการทางการทหารเกิดขึ้น พวกเขาจะเผชิญความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ในอนาคต และราคาที่ต้องจ่ายนั้นจะสูงมาก หากอีกฝ่ายไม่กลัวคำขู่จะถือว่าการป้องปรามนั้นล้มเหลว  โดยการป้องปรามเป็นนโยบายป้องกันที่ใช้ในยามสันติท่ามกลางความขัดแย้ง และการป้องปรามถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในช่วงสงครามเย็น

 

สหรัฐฯส่งความช่วยเหลือพร้อมยุทธธปกรณ์ให้ ยูเครน อีกรอบ

ในขณะที่22 ม.ค. ที่ผ่านมา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประชุมกับสภา ความมั่นคงแห่งสหรัฐฯความตึงเครียดชายแดนรัสเซีย-ยูเครน มีรายงานว่าที่ประชุมหารือถึงการเสริมกำลังในยุโรปตะวันออกและคาบสมุทรบอลติก โดยแผนคือ การเคลื่อนกำลังพล 1,000-5,000 นาย เพื่อสนับสนุนพันธมิตรในยุโรปตะวันออก ช่วยเหลือพลเมืองอเมริกัน หากเกิดภาวะสงคราม คาดว่าไบเดนจะตัดสินใจเรื่องนี้ในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า

แล้วสถานการณ์ในพื้นที่ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?  เมื่อที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งอุปกรณ์ทางการทหารเพิ่มเติมไปยังยูเครน  โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นงบประมาณจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 67 ล้านบาทที่สหรัฐสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนในการป้องกันประเทศ สหรัฐช่วยเหลือยูเครนแล้ว 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2,147 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความช่วยเหลือที่มีสูงกว่าตอนรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเมื่อ ปี 2014

 

สหรัฐฯ เตือนพลเมืองห้ามเข้ายูเครน พร้อมอพยพจนท.หนี

ขณะที่เมื่อวานนี้ (23 ม.ค.65) สถานทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครนได้ออกประกายกกระดับความปลอดภัยและการท่องเที่ยว (Travel Advisory) สำหรับยูเครนเป็นระดับ 4 หรือระดับสูงสุด ใช้คำว่า  Do Not Travel เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อชีวิตและรัฐบาลสหรัฐอาจให้ความช่วยเหลือได้จำกัดหากมีเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนี้ทางการสหรัฐฯ ยังสั่งให้ทูต ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ของสหรัฐประจำยูเครนอพยพออกจากประเทศทันที โดยเหตุผลหลักคือความกังวลต่อการเกิดสงครามซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายป้องปรามที่สหรัฐฯ ใช้กับรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครนยืนยันว่าสถานทูตสหรัฐฯ ในยูเครนตามเมืองต่าง ๆ เช่น เคียฟ คริสตินา และเควียน จะยังคงเปิดทำการต่อไปในวันนี้ ส่วนทูตและอุปทูตจะยังอยู่ประจำการในยูเครน  

การประกาศดังกล่าวนั้นได้สร้างความสงสัยให้หลายฝ่าย บางฝ่ายว่าอาจเป็นการเตรียมพร้อมของรัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น ในขณะที่บางฝ่ายตั้งคำถามว่าสหรัฐฯ เล่นใหญ่ไปหรือไม่? หรือต้องการทำให้ภาพลักษณ์ของรัสเซียดูแย่ลง

 

แล้วฝั่งยูเครนที่เป็นคู่กรณีทำอะไรไปแล้วบ้าง? ที่ผ่านมายูเครนได้รับมอบยุทโธปกรณ์ชุดแรกซึ่งอนุมัติโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อช่วยยูเครนป้องกันการรุกรานจากรัสเซีย โดยการรับมอบเกิดขึ้นที่สนามบินบอริสฟิล นอกจากนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรายูเครนได้รับอาวุธเพิ่มเติมชุดที่สองซึ่งหนักกว่า 80 ตันจากทางการสหรัฐฯ และตอนนี้ยูเครนเตรียมความพร้อมสำหรับการรบที่เกิดขึ้นแล้วตามชายแดน

 

ทูตยูเครนเตือน รัสเซียมีแผนล้มรัฐบาลตั้งผู้นำหุ่นเชิด

ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่ วาดีม พริสไตโก ทูตยูเครนประจำอังกฤษได้ออกมากล่าวหารัสเซียผ่านช่องโทรทัศน์ว่า เขาไม่แปลกใจเลยที่รัฐบาลเครมลินเตรียมรัฐบาลหุ่นเชิดไว้ให้ยูเครนแล้ว นั่นก็คือ เยฟเวน มูราเยฟ

 มูราเยฟ เป็นแคนดิเดตที่ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2019 แต่เขาได้ถอนตัวไปก่อน  มูราเยฟเป็นกลุ่มโปรรัสเซียและมองว่าเหตุการณ์ประท้วงยูโรไมดานซึ่งเป็นการปฏิวัติยูเครนในปี 2014 นั้นเป็นการก่อกบฏที่สนับสนุนโดยตะวันตก

ล่าสุดมูราเยฟได้ให้สัมภาษณ์ โดยเขากล่าวว่า เขารู้สึกตลกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองก็ยังไม่เคยเจอปูตินเช่นกัน เขาโดนแบนจากทั้งอังกฤษ สหรัฐ หรือแม้แต่รัสเซียเอง โดยสิ่งที่ยูเครนต้องการคือสันติภาพ ไม่ใช่นาโต เขาอยากให้ยูเครนเป็นแบบแบบสวิตเซอร์แลนด์ในแง่การบริหารรัฐ การปกครองของประชาชน และความเป็นกลางทางการทหาร

 

รัสเซียโต้แนวคิดผู้นำหุ่นเชิดเป็นการบิดเบือนข้อมูล

สถานทูตรัสเซียประจำอังกฤษได้ออกมาโต้แย้งถึงข้อครหาที่ทูตยูเครนประจำอังกฤษกล่าวว่ารัสเซียเตรียมรัฐบาลหุ่นเชิดไว้ให้ยูเครนว่า เป็นการบิดเบือนข้อมูล พร้อมกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการพูดที่งี่เง่าซึ่งจะทำให้สถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่เป็นอยู่รุนแรงมากขึ้น และขอให้ใช้การเจรจาทางการทูตมาแก้ปัญหา

ส่วนเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา รัสเซีย จีน และอิหร่านได้เดินหน้าซ้อมรบไตรภาคีทางทะเลบนอ่าวโอมานต่อ หลังจากที่รัสเซียได้เรือดำรุ่นใหม่ล่าสุดมาถึง 3 ลำ  ในขณะที่การซ้อมรบกับเบลารุสทั้งทางบกและทางอากศก็ยังคงดำเนินไปตามแผนงาน ท่ามการความขัดแย้ง และทั้งหมดยังคงเกิดขึ้นบนดินแดนรัสเซียใกล้กับชายแดนยูเครน

 

สมเด็จพระสันตะปาปาเรียกร้องสันติภาพกลางความขัดแย้ง

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งพระคริสตจักรคาทอลิกและนครรัฐวาติกันได้ขอให้มีวันอธิษฐานเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศในวันที่ 26 มกราคม เพื่อหยุดวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนไม่ให้แย่ลงกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพของยุโรปและโลก

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ