เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เปิดเผยตัวตน ให้สัมภาษณ์กับ The Washington Post ว่า เขาคาดว่า เบลารุสจะส่งกำลังทหารไปยังยูเครนอย่างเร็วที่สุดคือในวันนี้ (28 ก.พ.) เพื่อร่วมต่อสู้เคียงข้างกับกองกำลังรัสเซียที่บุกยูเครนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ที่ผ่านมาเบลารุสให้การสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซีย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในความขัดแย้ง
ปูตินสั่งหน่วยรบนิวเคลียร์ “เตรียมพร้อมต่อสู้” ส่อเค้าสงครามนิวเคลียร์
เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า การตัดสินใจของผู้นำเบลารุสว่าจะนำประเทศเข้าสู่สงครามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างรัสเซียและยูเครนที่จะเกิดขึ้น
EU แบนเครื่องบินรัสเซียจากน่านฟ้ายุโรป
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองเสริมว่า กองกำลังรัสเซียต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกองกำลังยูเครน ทำให้การบุกรุกทำได้ยากและช้ากว่าที่รัฐบาลรัสเซียคิดไว้
“เห็นได้ชัดว่าเบลารุสเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนขยายของรัสเซีย” เจ้าหน้าที่ข่าวกรองกล่าว
ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ (27 ก.พ.) มีการลงประชามติในเบลารุส อนุมัติแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกสถานะรัฐไร้นิวเคลียร์ของประเทศ ทำให้สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับอาวุธนิวเคลียร์จากรัสเซีย
ลูคาเชนโกกล่าวที่หน่วยเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เขาสามารถขอให้รัสเซียคืนอาวุธนิวเคลียร์ให้กับเบลารุสได้
“หากชาติตะวันตกส่งอาวุธนิวเคลียร์ไปยังโปแลนด์หรือลิทัวเนีย ไปยังพรมแดนของเรา ผมจะติดต่อปูตินเพื่อขออาวุธนิวเคลียร์ที่ผมเคยมอบให้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ คืนมา” ลูกาเชนโกกล่าว
ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า ยูเครนและรัสเซียจะพบกันใกล้ชายแดนกับเบลารุสในวันนี้ เพื่อจัดการเจรจาทางการทูตครั้งแรกนับตั้งแต่มีการรุกรานยูเครน
ทูตยูเครนประจำสหประชาชาติกล่าวว่า “เราจะมีความยินดี หากผลของการเจรจาจบลงที่สันติภาพและการสิ้นสุดของสงคราม ... แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าเราจะไม่ยอมแพ้ เราจะไม่ยอมแพ้ เราจะไม่ทิ้งอาณาเขตของเราแม้แต่องคุลีเดียว”
เมื่อโลกเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ สิ่งที่ต้องรู้เมื่อปูตินสั่งเตรียมพร้อม
เรียบเรียงจาก AP / Independent
ภาพจาก AFP