เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีปูติน ได้ยกหูโทรศัพท์หารือกับนายกรัฐมนตรีชอลซ์ของเยอรมนี โดยผู้นำรัสเซียระบุว่า ยูเครนเป็นฝ่ายที่ทำให้การเจรจานั้นไม่เกิดขึ้น และเมื่อวานนี้ ทางประธานาธิบดีเซเลนสกีก็ออกมาเรียกร้องอีกครั้ง ย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่รัสเซียจะต้องมาเจรจากับยูเครน เพราะรัสเซียต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เผยแพร่คลิปวิดีโอตัวใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียเปิดการเจรจา
ใครคืออาชญากรสงคราม? ประธานาธิบดีปูตินมีโอกาสเจอลงโทษแค่ไหน
โดยเขาระบุว่า มันถึงเวลาแห่งการหารือและรื้อฟื้นบูรณภาพของดินแดนและความยุติธรรมให้แก่ยูเครนได้แล้ว เพราะรัสเซียนั้นพยายามจะทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมขึ้นในยูเครน นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า อาชญากรรมสงคราม และรัสเซียต้องมีส่วนรับผิดชอบแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
การเรียกร้องของผู้นำยูเครนที่จะให้เปิดการเจรจากับรัสเซียโดยตรงมีขึ้น หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ของเยอรมนี โดยหลังการหารือเสร็จสิ้น รัฐบาลมอสโกได้ระบุว่า ผู้นำรัสเซียยังคงยืนยันว่า รัฐบาลยูเครนเป็นฝ่ายที่พยามถ่วงเวลาไม่ให้เกิดการเจรจาสันติภาพกับรัสเซีย รวมทั้งพยายามเสนอข้อเสนอที่มันเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม รัสเซีย ยืนยันว่า พร้อมที่จะเดินหน้าหาทางออกของปัญหานี้ และพร้อมจะเจรจาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเมื่อวานนี้ (19 มี.ค. 65) นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมอสโกคาดหวังว่าปฏิบัติการทางทหารในยูเครนจะสิ้นสุดลง ด้วยการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยประเด็นด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึง การที่ยูเครนจะมีสถานะเป็นกลาง และการที่นาโตจะไม่ขยายอิทธิพลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ยูเครน เคยระบุว่า พร้อมที่จะเจรจา แต่จะไม่ยอมแพ้หรือยอมรับคำขาดที่ทางรัสเซียยื่นมาให้อย่างแน่นอน โดยประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก้ ของเบลารุส ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง TBS ของญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ได้รับการออกอากาศเมื่อวานนี้โดยสื่อของทางการเบลารุส โดยประธานาธิบดีลูคาเชนโก้ ในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับรัสเซีย ได้ตอบคำถามที่มีรายงานบอกว่าประธานาธิบดีปูตินมีปัญหาทางสุขภาพ โดยเฉพาะ ปัญหาทางสุขภาพจิต กลายเป็นคนไม่มีเหตุผล โดยผู้นำเบลารุสยืนยันว่าประธานาธิบดีปูตินแข็งแรงดี
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ ก็ได้เอ่ยถึงประธานาธิบดีปูตินว่า เขาไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย และนายกรัฐมนตรีของเนเธอร์แลนด์ มาร์ค รัตต์ ก็เคยพูดถึงผู้นำรัสเซียว่า กลายเป็นโรคพารานอยด์ หรือโรคจิตเภทแบบหวาดระแวงไปแล้ว
ขณะที่ทางนายกรัฐมนตรีมาแตอุช มอราวีแยตสกีของโปแลนด์ ออกมาเรียกร้องเมื่อวานนี้ ขอให้สหภาพยุโรป หรืออียู เพื่อมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียให้เข้มข้นกว่านี้ โดยโปแลนด์ได้เสนอให้อียูสั่งแบนการการค้ากับรัสเซีย เพื่อลงโทษการที่รัสเซียบุกยูเครน เพราะมองว่าการตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับรัสเซีย อาจจะทำให้รัสเซียพิจารณาว่าควรจะหยุดสงครามครั้งนี้ได้แล้วหรือไม่
ก่อนหน้านี้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาติสมาชิกอียู ก็เพิ่งมีการเห็นพ้องต้องกันในมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นชุดที่สี่แล้ว ต่อรัสเซีย แต่ว่ารายละเอียดนั้นยังไม่ได้เป็นที่เปิดเผย
ส่วนเมื่อวานนี้ นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลมอสโกคาดหวังว่า ปฏิบัติการทางทหารในยูเครนจะสิ้นสุดลง ด้วยการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยประเด็นด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึง การที่ยูเครนจะมีสถานะเป็นกลาง และการที่นาโตจะไม่ขยายอิทธิพลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ยูเครนเคยระบุว่า พร้อมที่จะเจรจา แต่จะไม่ยอมแพ้หรือยอมรับคำขาดที่ทางรัสเซียยื่นมาให้อย่างแน่นอน