เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล 2 คนที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ รายงานว่า ทหารรัสเซียที่ยึดพื้นที่โรงไฟฟ้าไป ได้เข้าไปในพื้นที่อันตรายที่มีค่าความเป็นพิษสูงซึ่งเรียกว่า “ป่าแดง (Red Forest)” โดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม
ทั้งคู่กล่าวว่า ทหารไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันรังสีใด ๆ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการ “การฆ่าตัวตาย” สำหรับทหาร เพราะในพื้นที่ดังกล่าวมี “ฝุ่นกัมมันตรังสี (Radioactive Dust)” ที่หากพวกเขาสูดดมเข้าไป ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดรังสีสะสมอยู่ภายในร่างกาย
เข้าใจ “นิวเคลียร์” และ “ไอน์สไตน์” ในวันที่รัสเซีย-ยูเครนอาจเกิด “สงครามนิวเคลียร์”
ฝุ่นกัมมันตรังสีเป็นสารกัมมันตรังสีที่ตกค้างอยู่ตามพื้น ในอากาศ ในชั้นบรรยากาศ หลังการระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ บางครั้งอาจไปปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำได้ด้วย
"เชอร์โนบิล" เมืองร้างมหันตภัยนิวเคลียร์
เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้ากล่าวว่า พวกเขาเคยเห็นรถถังและยานเกราะอื่น ๆ ของรัสเซียเคลื่อนตัวเข้าไปในเขตป่าแดง ซึ่งเป็นชื่อเรียกพื้นที่ที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีมากที่สุดในบรรดาพื้นที่รอบ ๆ เชอร์โนบิล
ที่ได้ชื่อว่าป่าแดง เป็นเพราะเมื่อครั้งที่เกิดโศกนาฏกรรมเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดในปี 1986 ได้ทำให้รังสีจากการระเบิดแผ่กระจายออกมา จนป่าต้นสนพื้นที่หลาย 10 ตารางกิโลเมตรเปลี่ยนเป็นสีแดงจากการดูดซับรังสี
พื้นที่รอบ ๆ เชอร์โนบิลนั้นเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับบุคคลภายนอกหรือไม่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ “แต่พื้นที่ป่าแดงนั้นถือว่ามีการปนเปื้อนอย่างมากจนแม้แต่คนงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่นั่น”
แต่ขบวนทหารรัสเซียกลับผ่านเข้าไปยังเขตดังกล่าว “ขบวนรถทหารขนาดใหญ่ขับไปตามถนนด้านหลังโรงงานของเรา และถนนสายนั้นตัดผ่านป่าแดง ขบวนรถทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เซ็นเซอร์ความปลอดภัยจากรังสีหลายตัวแสดงค่าที่เกินมาตรฐาน” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าว
วาเลรี เซดา รักษาการผู้อำนวยการทั่วไปของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล บอกว่า เขาไม่ได้อยู่ที่โรงไฟฟ้าในตอนที่รัสเซียขนขบวนกันเข้าไปในป่าแดง แต่เขาได้รับแจ้งจากพยานว่หลายปากา มียานพาหนะทางทหารของรัสเซียขับไปทุกหนทุกแห่งรอบเขตต้องห้ามของเชอร์โนบิล และผ่านไปในป่าแดง
เขากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ในโรงไฟฟ้าได้บอกกับทหารรัสเซียว่าพวกเขาควรระมัดระวังเกี่ยวกับรังสี แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาให้ความสนใจหรือไม่
“พวกเขา (รัสเซีย) ขับรถไปทุกที่ที่ต้องการ” เซดากล่าว
เขตเชอร์โนบิลยังคงถือว่าเป็นเขตอันตรายของยูเครน การเข้าไปในพื้นที่ภัยพิบัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นอาชญากรรมภายใต้กฎหมายของยูเครน
เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้าทั้งสองรายกล่าวอีกว่า พวกเขาไม่เห็นทหารใช้อุปกรณ์ใด ๆ ที่จะปกป้องพวกเขาจากรังสีเลย เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับทหารรัสเซียที่มียศสูงบางคนที่มาประจำการที่เชอร์โนบิล
“เมื่อถามพวกเขาว่ารู้เกี่ยวกับหายนะในปี 1986 หรือไม่ พวกเขากลับไม่รู้เรื่องเลย พวกเขาเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองมาประจำการอยู่ที่โรงไฟฟ้าประเภทไหน เราได้พูดคุยกับทหารประจำการ พวกเขารู้แค่ว่า ที่นี่คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งยวดเท่านั้น” เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้ากล่าว
สรุปเหตุการณ์ 1 เดือนรัสเซียบุกยูเครน ความหวังสงครามยุติยังริบหรี่
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP