วันนี้ รัสเซียเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมายืนยันว่า รัสเซียจะลดกิจกรรมทางการทหารรอบเมืองหลวงของยูเครนตามที่ประกาศไว้อย่างแน่นอน และจะมุ่งเป้าไปทางด้านตะวันออกแทน ความเคลื่อนไหวของรัสเซียทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนการเจราจาสันติภาพจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ( 1 เม.ย.)
อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ออกมายืนยันว่ารัสเซียจะลดกิจกรรมทางการทหารรอบกรุงเคียฟและเมืองเชอร์นิฮีฟ ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากปฏิบัติการทางการทหารในเฟสแรกสิ้นสุดลงแล้ว
และรัสเซียจะมุ่งไปที่การรบและการปลอดปล่อยภูมิภาคดอสบาสทางภาคตะวันออกแทน
รัสเซียเคยประกาศเช่นนี้ไปแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ แต่การโจมตีในพื้นที่กรุงเคียฟและเชอร์นิฮีฟยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
การการกระทำดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าไม่ปักใจเชื่อเรื่องนี้ พร้อมกล่าวว่า นี่เป็นเพียงกลลวงของรัสเซีย เพราะจากหลักฐานบ่งชี้ว่ารัสเซียไม่ได้มีการถอนกำลังตามที่สัญญา สิ่งที่เห็นเป็นเพียงแค่การสับเปลี่ยนกำลังใหม่เท่านั้น และวันนี้ทางกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนของสหรัฐฯ ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
จอห์น เคอร์บี้ โฆษกเพนตากอนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รัสเซียเคลื่อนกำลังออกจากรอบกรุงเคียฟเพียงร้อยละ 20 ของกำลังที่ประจำอยู่ที่นั่นเท่านั้น
โดยกองกำลังร้อยละ 20 ที่มีการถอนออกมา ได้เคลื่อนย้ายไปทางเหนือมุ่งหน้าไปประเทศเบลารุส ซึ่งคาดว่ากลับไปเพื่อไปเติมน้ำมัน เสบียง หรือสับเปลี่ยนกำลัง ก่อนที่จะกลับเข้ามายูเครนใหม่ ซึ่งตอนนี้ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นจุดใด
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดว่า กองกำลังของรัสเซียที่กำลังจะกลับเข้ามาใหม่น่าจะมีการมุ่งหน้าไปที่ภูมิภาคดอนบาสซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศยูเครนจริง
ซึ่งสอดคล้องกับการแถลงของประธานาธิบดีเซเลนสกีที่บอกให้กองทัพยูเครนเตรียมรับมือกับแนวรบด้านตะวันออก โดยเซเลนสกีระบุว่า การรุกของรัสเซียครั้งนี้จะเป็นการรุกใหญ่
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากเพนตากอน ที่ระบุว่า มีหลักฐานว่ารัสเซียได้ส่งทหารรับจ้างที่ชื่อ องค์กรแวกเนอร์ เข้ามาปฏิบัติการในยูเครนตะวันออก
องค์กรแวกเนอร์ คือ เครือข่ายทหารรับจ้างขนาดใหญ่ของรัสเซีย ก่อตั้งโดย เยฟเกนี ปรีโกชิน มหาเศรษฐีชาวรัสเซียผู้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีปูติน และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชาติตะวันตกคว่ำบาตรหลังรัสเซียรุกรานยูเครน
ทหารรับจ้างของเครือข่ายแวกเนอร์ทุกคนเชี่ยวชาญด้านการทำสงคราม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัสเซียส่งทหารรับจ้างกลุ่มนี้ไปปฏิบัติการในหลายประเทศของแอฟริกา เช่น ในประเทศมาลี ที่เชื่อว่าขณะนี้มีอยู่ราว 1,000 คน และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ที่มีอยู่ราว 500 คน
นอกจากในแอฟริกา รัสเซียยังส่งนักรบกลุ่มนี้ไปปฏิบัติการในซีเรียด้วย หลังจากที่ประธานาธิบดีปูตินตัดสินใจเข้าช่วยเหลือประธานาธิบดีอัล-อัสซาด ในการปราบปรามกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียด้วยการโจมตีทางอากาศ
และเมื่อปี 2014 หลังจากสงครามระหว่างกลุ่มต่อต้านรัฐบาลยูเครนและกองกำลังรัฐบาลยูเครนเริ่มขึ้นที่ภูมิภาคดอนบาส รัสเซียได้เข้าสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลยูเครน ด้วยการส่งหทารจากเครือข่ายแวกเนอร์ไปช่วยรบ
โดยโฆษกเพนตากอนกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปฏิบัติการรบที่รัสเซียจะเริ่มขึ้นทางภาคตะวันออก อาจมีการส่งทหารรับจ้างในเครือข่ายแวกเนอร์จากทางแอฟริกาและซีเรียเข้ามาช่วยรบในพื้นที่ดอนบาส
แล้วรอบกรุงเคียฟเป็นอย่างไรบ้าง ในวันที่รัสเซียเปลี่ยนยุทธศาสตร์
สถานการณ์ในขณะนี้คือ กองกำลังยูเครนตอบโต้รัสเซียกลับอย่างต่อเนื่องและยึดคืนพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
นี่คือหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองเออร์พินและฮอสโตเมล ซึ่งเป็น 2 เมืองหน้าด่านก่อนถึงกรุงเคียฟ ที่ก่อนหน้านี้กองทัพรัสเซียยึดไว้ได้ แต่ตอนนี้ทหารของฝ่ายยูเครนยึดกลับคืนมาเรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด นายกเทศมนตรีของเมืองเออร์พินออกมาแถลงว่าสามารถยึดเมืองคืนได้แล้วอย่างสมบูรณ์ แต่ยังไม่แนะนำให้ประชาชนที่อพยพออกไป กลับมาที่เออร์พิน เนื่องจากยังไม่ปลอดภัย เพราะอาจยังมีกับระเบิดอยู่
นอกจากนี้ ระบบสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้า ยังไม่สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติถ้าดูภาพรวมแล้ว ผ่านไป 36 วันของการทำสงคราม รัสเซียยังไม่สามารถยึดเมืองใดได้อย่างสมบูรณ์แม้จะโจมตีอย่างหนัก เช่น เมือเคอร์ซอนหรือเมืองมาริอูปอล
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผยว่า จะเปิดระเบียงมนุษยธรรมจากเมืองมาริอูปอลไปยังเมืองซาโปริซเซีย ตั้งแต่เวลา 10 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น
โดยระบุว่า เพื่อให้ปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมสำเร็จ จึงได้เสนอให้มีการเปิดระเบียงมนุษยธรรม ผ่านการร่วมมือโดยตรงของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
พร้อมกันนี้รัสเซียขอให้รัฐบาลยูเครนรับรองว่า จะเคารพการหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขผ่านการตอบรับเป็นจดหมายถึงฝ่ายรัสเซีย ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ก่อนเวลา 6 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น
สำหรับเมืองมาริอูปอลยังถูกโจมตีอย่างหนักตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นถึงสภาพของเมืองที่เสียหายอย่างหนัก ผลจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
การโจมตีของรัสเซียทำในรูปแบบปูพรมและไม่เลือกเป้า ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงโรงละครแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนกว่า 1,200 คนหลบภัยอยู่ การยิงขีปนาวุธโจมตีโรงละคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในจุดนี้อย่างน้อย 300 คน
สำนักข่าวของยูเครนรายงานว่า การเจรจาสันติภาพจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หลังจากการเจรจาครั้งล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา
เมื่อคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ออกมาบอกว่า ยูเครนจะเดินหน้าในการเจรจาพูดคุยสันติภาพเพื่อหาทางยุติสงครามกับรัสเซียต่อไป
ถึงแม้ว่าจนถึงขณะนี้ที่พูดคุยกันมาตลอดจะมีเพียงคำพูด และยังไม่มีแนวทางที่เป็นรูปธรรม เฉพาะเจาะจงใดๆ อออกมา
อย่างไรก็ตาม คำพูดของผู้นำยูเครนดูเหมือนจะไม่ตรงกับคำพูดของ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ที่ออกมากล่าวขณะเยือนจีนว่า การเจรจามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอเป็นกุญแจสำคัญในการจบการรุกรานครั้งนี้
แล้วข้อเสนอหลักของฝั่งรัสเซียที่เป็นผู้เปิดศึก คืออะไรบ้าง?
ทางรัสเซียมีข้อเสนอหลัก 5 ข้อด้วยกัน โดย 3 ข้อแรกว่าด้วยเรื่องข้อเสนอสถานะของยูเครนต่อจากนี้
1.ยูเครนจะคงสถานะของรัฐปลอดนิวเคลียร์ ไม่เข้าเป็นสมาชิกขององค์กรความมั่นคงระหว่างประเทศใดๆ และจะไม่มีการตั้งฐานทัพของต่างชาติในดินแดนยูเครน
2.จะต้องมีการรับประกันความมั่นคงให้กับยูเครน ด้วยข้อตกลงที่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย โดยประเทศที่เป็นผู้ให้หลักประกันมีการพูดถึงประเทศแคนาดา อิสราเอล ตุรกี สหรัฐ และจีน
3. ยูเครนจะไม่เข้าร่วมซ้อมรบกับประเทศ หรือองค์กรใดๆยกเว้นได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้ให้หลักประกันแล้วเท่านั้น
ส่วนอีก 2 ข้อที่เหลือเกี่ยวกับเรื่องบูรณภาพของดินแดน
อันแรกคือ สถานะในอนาคตของดินแดนไครเมีย ซึ่งถูกรัสเซียผนวกเข้าเป็นเขตแดนของตนเมื่อปี 2014 จะได้รับการตัดสินแน่ชัดหลังจากนี้อีก 15 ปี โดยรัสเซียและยูเครนจะปรึกษาหารือกันตลอดระยะเวลาดังกล่าว
อันที่สองคือ สถานะในอนาคตของภูมิภาคดอนบาส ซึ่งกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังยึดครองอยู่ เรื่องนี้ประธานาธิบดีของรัสเซียและยูเครนจะเป็นผู้เจรจากันเองโดยตรง
ทั้งนี้ท่าทีของผู้นำยูเครนล่าสุดคือ ยูเครนพร้อมที่จะสู้รบในทุกพื้นที่รวมถึงภูมิภาคดอนบาสที่รัสเซียบอกว่าเป็นเป้าหมายทางการทหารใหม่
เซเลนสกีย้ำว่าจะไม่เสียดินแดนหรือสิ่งใดให้ใคร พร้อมทั้งกล่าวว่าคนยูเครนทุกคนพร้อมที่จะปกป้องแผ่นดินทุกตารางนิ้ว