ทางการมอลโดวา รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่เสาส่งสัญญาณวิทยุ 2 แห่งในแคว้นทรานส์นีสเตรีย แห่งแรกอยู่ในชุมชนไมแอค ในเขตกริกอริโอปอล ส่วนเหตุระเบิดจุดที่ 2 เกิดขึ้นที่กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ ในเมืองตีรัสปอล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นทรานส์นีสเตรีย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงสถานที่ที่ถูกโจมตีเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย
ประธานาธิบดีมอลโดวา ระบุอีกว่า ความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาคต้องมาเป็นอันดับแรก ซึ่งนำมาซึ่งการยกระดับมาตรการความปลอดภัย ด้วยการตั้งด่านตรวจบริเวณทางเข้าภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย ขณะเดียวกันก็ได้สั่งยกเลิกพิธีสวนสนามในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวัน Victory Day หรือการฉลองวันแห่งชัยชนะ
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดออกมายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยประธานาธิบดีซานดู เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มกองกำลังต่าง ๆ ในภูมิภาค ที่ต้องการทำลายเสถียรภาพของแคว้นทรานส์นีสเตรียและประเทศมอลโดวา พร้อมประณามการกระทำที่เกิดขึ้น ย้ำว่ารัฐบาลไม่มีแผนในการปิดล้อมภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย และประตูทางการทูตสำหรับการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาคยังคงเปิดอยู่เสมอ
สำหรับภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่เสี่ยง ที่มีปัญหาเรื่องการแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนโดยรัสเซีย ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่านี่อาจเป็นหนึ่งในแผนของรัสเซียหรือไม่ เพราะตอนนี้รัสเซียได้ยึดเมืองทางตอนใต้ของยูเครนไว้เกือบหมดแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจรุกคืบต่อมายังมอลโดวา โดยใช้เหตุผลว่ารัสเซียเข้ามาเพื่อปกป้องคนรัสเซียในมอลโดวาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
รัสเซีย ยันไม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดในทรานส์นิสเตรีย
อย่างไรก็ตามอันเดร รูเดนโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้ยืนยันกับสื่อว่า รัสเซียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในภูมิภาคทรานส์นิสเตรีย พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า รัสเซียเองก็หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะพาภูมิภาคนี้เข้าสู่สงครามเช่นกัน
ด้านดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รัสเซียกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
ภูมิภาคทรานส์นิสเตรีย อยู่ตรงไหน และมีความสำคัญอย่างไรต่อรัสเซีย
ทรานส์นีสเตรียเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของมอลโดวาใกล้กับชายแดนยูเครน พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศโรมาเนีย และถูกผนวกรวมกับสหภาพโซเวียตในปี 1940 หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 เกิดความขัดแย้งระหว่างมอลโดวาและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในทรานส์นิสเตรียที่เป็นสายโปรโซเวียต ทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 470,000 คน ซึ่งมีเชื้อสายรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา ภูมิภาคนี้ถูกปกครองโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนสายโปรโซเวียต-รัสเซียมาตั้งแต่ปี 1992 และตอนนี้มีกองกำลังรักษาสันติภาพของรัสเซียประจำการอยู่ราว 1,500 นาย
สำหรับคำถามที่ว่า ทรานส์นีสเตรียมีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์หรือไม่สำหรับรัสเซีย ความเห็นของนักวิชาการแตกออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรก ไมเคิล คอฟแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซีย ประจำ CNA ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐฯ กล่าวว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซียมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่รัสเซียมีสงครามติดพันในยูเครน
กลุ่มสอง นักวิชาการมองว่า พื้นที่ทรานนิสเตรียอาจถูกใช้เป็นพื้นที่ช่วยเหลือทางการแพทย์ ที่จัดส่งเสบียง และบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้กับกองทัพรัสเซียชั่วคราวในขณะที่ทำสงครามทางตอนใต้ของยูเครน นอกจากนี้ ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของคลังอาวุธและสถานที่ผลิตกระสุนในสมัยสหภาพโซเวียตด้วย รัสเซียอาจใช้ประโยชน์บางอย่างจากพื้นที่ตรงนี้ได้
ล่าสุดสหรัฐฯ ออกมาประกาศชัดแล้วว่าจะอยู่เคียงข้างมอลโดวา นี่คือ สัญญาณเตือนไม่ให้รัสเซียคิดจะปฏิบัติการหรือเข้ามายึดภูมิภาคนี้
สหรัฐฯห่วงความรุนแรงยกระดับ พร้อมเคียงข้างมอลโดวา
เน็ด ไพร์ซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แถลงว่าสหรัฐฯ กังวลกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในภูมิภาคทรานส์นีสเตรีย และกำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และสหรัฐฯ กังวลเรื่องการยกระดับความรุนแรงในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ จะอยู่เคียงข้างมอลโดวา เพราะการรุกรานยูเครนของรัสเซียนั้นสร้างความหวั่นวิตกให้ภูมิภาคนี้ไม่น้อย