2 เดือนรัสเซียบุกยูเครน วิกฤตมนุษยธรรม-วิกฤตอาหารโลก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




2 เดือนรัสเซียบุกยูเครน ทำให้เกิดวิกฤตหลายอย่างทั้งในยูเครน และในระดับโลก ทั้งวิกฤตมนุษยธรรม วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตอาหารโลก

ผ่านมากว่า 2 เดือนแล้วนับตั้งแต่ที่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน โดยจุดมุ่งหมายของรัสเซีย (ตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง) คือ เพื่อให้ยูเครนปลอดจากทหาร (Demilitarization) และขจัดอิทธิพลลัทธินีโอนาซีออกไปจากยูเครน (Denazification) โดยไม่เคยต้องการโจมตีพลเรือนในยูเครน และบอกว่า นี่คือการปลดปล่อยประชาชนยูเครน

แต่ปฏิบัติการทางทหารนี้ส่งผลให้เกิดวิกฤตหลายอย่าง โดยกระทบทั้งต่อยูเครนที่ถูกรุกรานเอง และกระทบต่อประชาคมโลกด้วย

สภาสหรัฐฯโหวตท่วมท้น ผ่าน กม.สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ยูเครนยืมอาวุธ - รัสเซียลั่นพร้อมตอบโต้

ทหารอาสาอังกฤษ-สหรัฐฯ เสียชีวิต ช่วยยูเครนสู้จนตัวตาย

ปธน.ยูเครนเล่าประสบการณ์ทหารรัสเซียบุกจับกุมตัวในวันแรกของสงคราม

วิกฤตด้านมนุษยธรรม

โอเล็กซานเดรอ ไลซัค อุปทูตยูเครนประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุด มีเด็ก 217 คนถูกสังหารจากการโจมตีของรัสเซีย ซึ่งดูสวนทางกับคำประกาศที่จะไม่โจมตีพลเรือนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

เขากล่าวว่า “สื่ออาจต้องการถามตัวแทนของปูตินว่า ‘การสังหารเด็กที่ไร้เดียงสา เป็นการปกป้องยูเครนจากนีโอนาซีอย่างไร’ ผมไม่แนะนำให้ทำอย่างนั้น เพราะมันเป็นเรื่องเสียเวลาที่ต้องฟังเรื่องโกหกที่ตัวแทนของรัสเซียป้อนให้เรา เพื่อหาเหตุผลให้กับสิ่งที่ไม่สามารถหาเหตุผลใดมาอ้างได้”

ที่ผ่านมา รัสเซียออกมาชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า ไม่เคยมีเป้าหมายการโจมตีอยู่ที่พลเรือนยูเครนรวมถึงอาคารที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทหาร แต่อ้างว่า ยูเครนใช้อาคารที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านี้ ซึ่งบางแห่งมีพลเรือนอยู่ข้างใน เป็นฐานทัพในการโจมตีรัสเซีย จึงต้องโจมตีกลับ โดยกล่าวหาว่า “รัสเซียใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์”

นอกจากประเด็นด้านมนุษยธรรมจากการสังหารเด็กยูเครนแล้ว อีกหนึ่งประเด็นด้านมนุษยธรรมที่รัสเซียถูกตั้งคำถามบ่อยครั้ง คือเรื่องของการเปิดเส้นทางมนุษยธรรมให้พลเรือนอพยพ โดยเฉพาะในเมืองมาริอูปอล ซึ่งยังคงถูกโจมตีอย่างหนัก

ซเวียโตสลาฟ ปาลามาร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังอาซอฟ ในมาริอูปอล เล่าว่า  ณ วันนี้ มาริอูปอลยังคงถูกยิงถล่ม รวมถึงที่โรงงานเหล็กอาซอฟสตาลด้วย

“ผมขอเน้นย้ำว่า ยังมีพลเรือนอยู่ในเมืองและในอาซอฟสตาล ซึ่งจนบัดนี้ รัสเซียยังคงไม่ยอมเปิดเส้นทางมนุษยธรรมให้คนเหล่านี้ได้อพยพออกไป และพลเรือนยังคงถูกถล่มอย่างหนักจากความบ้าคลั่งของสงครามที่กำลังดำเนินอยู่” ปาลามาร์กล่าว

โดยมีรายงานระบุว่า ขณะนี้ เมืองมาริอูปอลถูกทำลายไปแล้ว 95% พลเรือนหลายพันคนยังคงถูกปิดล้อมอยู่ในเมืองและโรงงานเหล็กอาซอฟสตาล โดยไม่มีน้ำ ระบบความร้อน ไฟฟ้า และระบบสื่อสาร

ที่ผ่านมา รัสเซีย-ยูเครนได้มีความพยายามเปิดเส้นทางมนุษยธรรมหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนใหญ่ล่มไม่เป็นท่า ซึ่งทั้งสองต่างก็โทษอีกฝ่ายว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นทางมนุษยธรรมไม่ประสบความสำเร็จ

ไลซัคเสริมว่า “รัสเซียไม่มีการหยุดยิงเพื่อเปิดเส้นทางมนุษยธรรม แม้แต่ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็ยังไม่หยุดยิง คาดว่าจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของรัสเซียในมารีอูโปลอาจสูงถึง 10,000 คน”

เมื่อถามปาลามาร์ว่า จะสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้อีกนานแค่ไหน เขาตอบว่า สถานการณ์ขณะนี้ย่ำแย่มาก กองกำลังอาซอฟและพลเรือนในมิรอูปอลขาดแคลนทั้งอาหารและยา

“แต่เราคือกองกำลังของยูเครน และเราได้รับคำสั่งให้ปกป้องประชาชนในอาซอฟสตาล ... เราขอส่งสารไปถึงทั้งโลก ว่ามันต้องมีทางให้พลเรือนที่อยู่ในอาซอฟสตาล ได้อพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยผ่านการเปิดเส้นทางมนุษยธรรม” ปาลามาร์กล่าว

วิกฤตด้านเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน ก็ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของยูเครนอย่างใหญ่หลวง ซึ่งคาดกันว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของรัสเซีย

โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในยูเครนหยุดชะงักทันทีนับตั้งแต่เริ่มถูกโจมตี เกือบ 50% ของกิจการยูเครนทำงานเพียงบางส่วน และมีกิจการถึง 9% ที่หยุดการดำเนินงานทั้งหมด

นอกจากนี้ ผลของการโจมตีจากรัสเซียยังได้สร้างความเสียหายและทำลายโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ สะพาน ถนน ฯลฯ อีกทั้งโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของยูเครนส่วนใหญ่ก้ต้องระงับการดำเนินงาน

ในส่วนของเมืองท่า รัสเซียได้ทำการปิดล้อมท่าเรือยูเครนในทะเลดำและทะเลอาซอฟ ขัดขวางการส่งออกของยูเครน

รัฐบาลยูเครนประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมและความสูญเสียทางเศรษฐกิจในยูเครนที่เกิดจากการรุกรานของรัสเซียจะพุ่งเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34 ล้านล้านบาท)

วิกฤตด้านอาหารโลก

ในระดับโลก ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนได้ก่อให้เกิดวิกฤตหลายประการในภาพรวม เช่น วิกฤตราคาเชื้อเพลิงพุ่ง รวมถึงวิกฤตราคาอาหารพุ่ง เนื่องจากยูเครนนั้นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “เตาอบของโลก” คือเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ

ทาราส วีซอตสกี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงนโยบายเกษตรและอาหารยูเครน กล่าวว่า สงครามครั้งนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก โดยช่วงก่อนสงคราม ยูเครนส่งออกสินค้าการเกษตรและอาหารหลายสิบล้านตันไปยังประเทศต่าง ๆ

ยูเครนส่งออกอาหารให้กับคน 400 ล้านคนทั่วโลก เมื่อรัสเซียรุกราน การส่งออกอาหารของเราก็ต้องยุติลง” เขากล่าว และบอกว่า เฉพาะข้าวสาลี (Wheat) นั้น จากการผลิตทั่วโลก มีถึง 10% ที่มาจากยูเครน

วีซอตสกีเสริมว่า เฉพาะการส่งออกอาหารผ่านท่าเรือในทะเลดำ ขณะนี้ก็หายไปมากกว่า 90% แล้วจากพิษสงคราม

เขาบอกว่า การที่ยูเครนไม่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์การเกษตรและอาหารได้จะส่งผลกระทบกับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารจากรัสเซีย เช่น อียิปต์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ หากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ แล้วประเทศเหล่านี้สำรองอาหารไว้ไม่เพียงพอ ก็อาจเกิดปัญหาขลาดแคลนอาหารได้

วีซอตสกีบอกว่า การที่ยูเครนส่งออกอาหารไม่ได้ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ราคาอาหารทั่วโลกสูงขึ้น ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้บริโภคจากทั่วโลก

เขายังบอกอีกว่า ขณะนี้กำลังการผลิตสินค้าการเกษตรและอาหารของยูเครนไม่ได้เป็นศูนย์เสียทีเดียว เกษตรกรยูเครนยังคงปลูกพืชอยู่ เพื่อให้ยูเครนยังคงมีอาหารที่สดใหม่ “แม้บางคนจะอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี แต่พวกเขาก็ยังคงทำไร่ทำงานของพวกเขาอยู่”

แต่ปัญหาสำคัญก็ยังคงอยู่ที่ว่า ยูเครนจะสามารถส่งออกสินค้าที่ปลูกเหล่านี้ได้หรือไม่

ไลซัคเสริมว่า “สงครามรัสเซียกับยูเครนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านอาหารของโลก ตามที่เลขาธิการสหประชาชาติเน้นย้ำว่า ‘สงครามอาจทำให้มนุษยชาติมากกว่า 1 ใน 5 ต้องตกอยู่ในความยากจน ความอัตคัด และความหิวโหยในระดับที่ไม่เคยเห็นในทศวรรษที่ผ่านมา’ ... การปกป้องยูเครนจึงเป็นการปกป้องโลกจากความหิวโหยและความอดอยาก

ภาพบางส่วนจาก AFP

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ