เมื่อวันศุกร์ (29 เม.ย.) กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงภาพขณะกองกำลังรัสเซียกำลังสอบปากคำชายชาวอังกฤษในชุดทหารยูเครน ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียจับกุมตัวมาได้
ชายที่ถูกจับรายนี้บอกกับกองกำลังรัสเซียที่มาสอบปากคำว่า ชื่อของเขาคือแอนดรูว์ ฮิลล์ และพูดสำเนียงอังกฤษ สภาพร่างกายมีผ้าพันแผลพันไว้ที่แขนซ้าย รอบ ๆ ศีรษะ และมีรอยเลือดที่บริเวณแขนขวา
ยูเครนล่าตัว “คนทรยศ” บอกข้อมูล-ชี้เป้าให้กองทัพรัสเซีย
เมื่อถามว่า เขามียศอะไร ฮิลล์ตอบว่า “ผมไม่มียศ... ผมรู้แค่ว่ากองทหารต่างชาติบอกว่าผมช่วยได้”
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า ฮิลล์ได้ยอมจำนนต่อกองทหารรัสเซียในเขตมิโคเลฟ (Mykolaiv) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน
ชายที่ถูกจับได้บอกกับกองกำลังรัสเซียว่า เขามาจากเมืองพลีมัธ ทางตอนใต้ของอังกฤษ มีลูกแล้ว 4 คนและแฟนอีก 1 คน เขาบอกว่าเขาได้เดินทางมาเพื่อช่วยเหลือยูเครนด้วยความสมัครใจ
โดยทหารรัสเซียได้นำหนังสือเดินทางของฮิลล์ไป คาดว่าเพื่อตรวจสอบยืนยันตัวตน
เมื่อฮิลล์ถามว่า ตัวเขาจะปลอดภัยหรือไม่ หนึ่งในทหารรัสเซียตอบว่า “ใช่ คุณปลอดภัยอย่างแน่นอน”
ทหารรัสเซียกล่าวว่า ฮิลล์จะได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์สำหรับอาการบาดเจ็บของเขา ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืนบางชนิดด้วย
The Russian Defense Ministry showed a video of a captured British citizen who allegedly fought on the side of the Ukrainian forces.
— bigrussianshop (@bigrussianshop) April 29, 2022
"Andrew Hill laid down his arms and surrendered to Russian servicemen in the Mykolaiv region. A group of mercenaries, in which the Briton fought, pic.twitter.com/fZpcVmrUFp
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษยังไม่ได้ออกมายืนยันว่า ชายคนที่ถูกจับนี้ เป็นพลเมืองของอังกฤษหรือไม่ และหากใช่ จะมีแนวทางในการช่วยเหลือเขาให้กลับบ้านอย่างไร
ก่อนหน้านี้ไม่นาน กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเพิ่งรายงานว่า มีทหารอาสาชาวอังกฤษเสียชีวิตในยูเครน 1 ราย และหายสาบสูญอีก 1 ราย โดยผู้ที่เสียชีวิตคือ สก็อตต์ ซิบลีย์ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เขาไปเป็นทหารอาสาฝ่ายกองกำลังยูเครน นับเป็นชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
ในความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน กระทรวงกลาโหมยูเครนได้จัดตั้งหน่วยพิเศษ International Legion ขึ้นมาสำหรับทหารอาสาต่างชาติที่ต้องการต่อสู้กับรัสเซีย โดยมีอาสาสมัครและทหารผ่านศึกมากกว่า 20,000 คนจาก 52 ประเทศได้แสดงความประสงค์เข้าร่วม
เรียบเรียงจาก Reuters