อิทธิพลของฝนที่ตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดดินโคลนถล่ม แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 2 เมืองใหญ่ของรัฐเปร์นัมบูโก (Pernambuco) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล
โลกโซเชียลแห่แชร์ภาพของบ้านเรือนประชาชนที่พังถล่มลงมา หลังถูกดินโคลนจากเนินเขาไหลลงมาทับ หรือถูกกระแสน้ำซัด
เบื้องต้น ทางการท้องถิ่นรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดที่อย่างน้อย 79 คน และคาดว่ายังมีผู้สูญหายอีกไม่ต่ำกว่า 50 คน
ไม่ใช่แค่โลกร้อน มนุษย์กำลังทำให้สภาพภูมิอากาศโลก “โกลาหล”
นอกจากนี้ ยังมีรายงานชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 25 คน เกือบ 4 พันคนกลายเป็นคนไร้บ้าน และอีกกว่า 500 คน ต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย
ล่าสุด ทางการส่งทหารลงพื้นที่ไปช่วยภารกิจค้นหากู้ภัยแล้ว ขณะที่ประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร ประกาศจะลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติในวันนี้ (30 พ.ค.)
จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเมืองเรซีฟี (Recife) ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐ เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้กับเนินเขา จึงเสี่ยงต่อการเจอดินถล่ม
เหตุน้ำท่วมครั้งนี้ นับเป็นน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ 4 ของบราซิลในระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ประเด็นเรื่องการวางผังเมือง และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกพูดถึงมากขึ้น
ภาพ AFP