ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วด้วยเครื่องบินของกองทัพ โดยสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษรายงานเชื่อว่า เขาเดินทางถึงกรุงมาเล่ เมืองหลวงของมัลดีฟส์ เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย หากเป็นไปตามที่มีการรายงานข่าว หมายความว่า ประธานาธิบดีโกตาบายา สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้แล้ว หลังเมื่อวานนี้ มีรายงานว่า เขาและภรรยาต้องค้างคืนที่ฐานทัพทหารที่อยู่ติดกับสนามบินนานาชาติบันดารานายเก ที่เป็นสนามบินหลักของประเทศ
รัฐสภาศรีลังกา เตรียมเลือกปธน.ใหม่ 20 ก.ค. นี้
ประธานาธิบดีโกตาบายาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลย นับตั้งแต่ผู้ประท้วงบุกเข้าไปยึดบ้านพักประธานาธิบดีของเขาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และตัวเขาเองก็ประกาศก่อนหน้านี้ แต่เป็นการแจ้งผ่านทางประธานรัฐสภาของศรีลังกาอีกทีว่าจะลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 13 กค หรือคือวันนี้ หลังจากที่พี่ชายและหลานชายของเขาลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไปก่อนแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า วษิล ราชปักษา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง น้องชายของเขา ที่ลาออกจากตำแหน่งไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วเช่นกัน โดยมีรายงานแจ้งกับสำนักข่าวบีบีซีว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีรายงานว่า นายวษิลถูกเจ้าหน้าที่สนามบินไม่ให้ความร่วมมือ และผู้โดยสารหลายคนประท้วงไม่ยอมให้เขาขึ้นเครื่อง จนสุดท้ายเจ้าตัวต้องออกจากสนามบินไป
ขณะเดียวกัน พอมีการรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีออกนอกประเทศไปแล้ว เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาก็มีการเฉลิมฉลองกันของกลุ่มผู้ประท้วง ในสวนสาธารณะที่เป็นบริเวณจุดประท้วงหลักภายในกรุงโคลัมโบ เพราะเมื่อวานนี้มีการจัดกิจกรรมประท้วงครั้งใหญ่ เพื่อรอให้ประธานาธิบดีลาออก ขณะที่ นายกรัฐมนตรีรานิล วิเกรมสิงเห ได้ปะกาศลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีจะลาออกยกชุดเมื่อบรรลุข้อตกลงตั้งรัฐบาลผสมทุกพรรคเมืองชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อประธานาธิบดีโกตาบายาเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว จึงยังไม่ทราบความชัดเจนทางการเมืองหลังจากนี้ แต่ก่อนหน้านี้ ประธานรัฐสภาศรีลังกา ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐสภาจะจัดการประชุมกันในวันศุกร์นี้ และจะลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 20 กค ซึ่งต้องรอติดตามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ขณะที่เมื่อวานนี้ พรรคฝ่ายค้านหลักของศรีลังกาได้เสนอหัวหน้าพรรค นายสาจิต เปรมาดาสา ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป ในการลงมติของรัฐสภาที่จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.ค.นี้
นายสาจิต เองก็เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มั่นใจมากๆว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประชาชนชาวศรีลังกา และจะทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง และทุกคนจะได้สัมผัสกับความรุ่งเรืองนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ตระกูลเดียวเท่านั้นที่ได้สัมผัส