เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) ขีปนาวุธของรัสเซียโจมตีเมืองวินนิตเซีย ทางตอนกลางของประเทศยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 100 คน
เซอร์ฮีย์ บอร์ซอฟ ผู้ว่าการเมืองวินนิตเซีย กล่าวว่า ขีปนาวุธร่อนคาลิเบรอ (Kalibr) ถูกยิงจากเรือดำน้ำรัสเซียในทะเลดำ 4 ลูก ในจำนวนนี้ 2 ลูกถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนป้องกันไว้ได้ แต่ลูกที่เหลือได้สร้างความเสียหายให้กับคลินิกทางการแพทย์ สำนักงาน ร้านค้า และอาคารที่พักอาศัยในเมือง
ได้ข้อสรุป! ยูเครนใกล้จะส่งออกสินค้าอาหาร-การเกษตรได้อีกครั้ง
ด้าน อิฮอร์ คลีเมนโก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยูเครน กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ จาก 23 ศพที่พบ เป็นเด็กอายุน้อยกว่า 10 ขวบ 3 คน และสามารถยืนยันตัวตนของศพได้เพียง 6 ศพเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายอีก 39 คน
คลีเมนโกเสริมว่า ในจำนวนผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 ราย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 66 ราย โดย 5 รายยังคงอยู่ในภาวะโคมา ขณะที่มีอยู่ 34 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
บอร์ซอฟกล่าวว่า จากการโจมตีครั้งนี้ มีอาคารอะพาร์ตเมนต์ 36 หลังได้รับความเสียหายและประชาชนได้รับการอพยพ นอกจากอาคารแล้ว ขีปนาวุธยังทำให้เกิดไฟที่ลุกลามไปถึงรถ 50 คันในลานจอดรถ
ในบรรดาอาคารที่เสียหายจากการโจมตีคือ House of Officers ซึ่งเป็นอาคารแสดงคอนเสิร์ตที่เก่าแก่ตั้งแต่ยุคโซเวียต
“นี่เป็นขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงมาก ... พวกเขา (รัสเซีย) รู้ว่าพวกเขากำลังโจมตีไปที่ไหน” บอร์ซอฟบอก
ด้านรัสเซียยังคงออกมาปฏิเสธเจตนาของตัวเอง ว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การโจมตีพลเรือน เยฟกินี วาร์กานอฟ ผู้แทนถาวรของรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า “รัสเซียโจมตีโครงสร้างทางทหารในยูเครนเท่านั้น การโจมตีวินนิตเซียของเรามุ่งเป้าไปที่ที่พักของเจ้าหน้าที่ทางทหาร ซึ่งกำลังมีการเตรียมการของกองทัพยูเครน”
RT สื่อของรัสเซียยังเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียบอกว่า อาคารในวินนิตเซียตกเป็นเป้าหมายเพราะเป็นที่ตั้งของ “นาซี” ยูเครน
ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เน้นย้ำเรียกร้องให้รัสเซียถูกตั้งสถานะเป็นรัฐผู้สนับสนุนการก่อการร้าย
“ไม่มีประเทศอื่นใดในโลกที่เป็นตัวแทนของภัยคุกคามจากการก่อการร้ายได้อย่างรัสเซียอีกแล้ว ไม่มีประเทศอื่นใดในโลกที่ใช้ขีปนาวุธและปืนใหญ่เพื่อทำลายเมืองและชีวิตของคนธรรมดา ๆ ได้ทุกวัน” เซเลนสกีกล่าว และเสริมว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตจากเหตุถล่มวินนิตเซีย มีเด็กหญิงอายุ 4 ขวบชื่อ ลิซา อยู่ด้วย
เขาเรียกร้องให้นานาชาติสร้างกลไกในการยึดทรัพย์สินของรัสเซียทั่วโลก และใช้ทรัพย์สินนั้นชดเชยให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจาก “การก่อการร้ายของรัสเซีย”
วินนิตเซียเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของยูเครน ก่อนสงครามมีประชากรอาศัยอยู่ราว 370,000 คน ผู้คนหลายพันคนจากยูเครนตะวันออกได้หลบหนีมายังเมืองนี้นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.
คาเทอรินา โปโปวา ชาวเมือง เล่าว่า เธออพยพมาจากเมืองคาร์คีฟหลังสงครามเริ่มขึ้น เพราะวินนิตเซียเป้นเมืองที่เงียบสงบและปลอดภัย แต่การโจมตีจากขีปนาวุธเปลี่ยนภาพนั้นไป เธอเห็นผู้บาดเจ็บจำนวนมากนอนอยู่ตามถนนหลังจากถูกขีปนาวุธโจมตี
“เราไม่ได้คาดหวังสิ่งนี้ ตอนนี้เรารู้สึกเหมือนเสียบ้านไปอีกครั้ง” เธอกล่าว
เรียบเรียงจาก AP
ภาพจาก AFP
"ไบเดน" เยือนอิสราเอล หารือความมั่นคง-สันติภาพ
สหรัฐฯ ประกาศช่วยรัสเซียส่งออกอาหาร-ปุ๋ย เพื่อลดต้นทุนราคาอาหารโลก