โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา ออกมายืนกรานถึงความถูกต้องในการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย โดยเมื่อวานนี้ เรียกการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นว่าเป็นความยุติธรรมต่อประชาชน และยืนกรานว่า การพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด
ทั้งนี้ ทางเมียนมาทราบว่า การประหารชีวิตจะทำให่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่ก็ต้องทำเพื่อความยุติธรรม และเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่หลายฝ่ายกำลังกล่าวหาเมียนมาว่ากำลังใช้มาตรการต่อต้านระบอบประชาธิปไตย โดยชี้ว่านักเคลื่อนไหว้เหล่านั้นสมควรได้รับโทษประหารชีวิต
ด้านกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนออกแถลงการณ์ระบุถึงการที่เมียนมาประหาร 4 นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย โดยระบุว่าในขณะที่ทราบกันดีว่าวิกฤตในเมียนมามีความซับซ้อน รวมถึงมีอารมณ์คุกรุ่นพร้อมเผชิญหน้าที่สัมผัสได้จากทุกฝ่าย แต่อาเซียนได้เรียกร้องมาเสมอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด
การดำเนินโทษประหารในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ก่อนที่จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนเป็นเรื่องที่น่าตำหนิอย่างรุนแรง โดยแถลงการณ์ประธานอาเซียนยังระบุว่า การลงโทษประหารสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลทหารเมียนมาขาดเจตจำนงในการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อหาทางยุติความรุนแรงในเมียนมา
โดยแถลงการณ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้การปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่ากระทำการใดที่จะส่งผลให้วิกฤตรุนแรงมากขึ้น หรือขัดขวางการเจรจา เพราะนี่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของเมียนมาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาคด้วย
ขณะที่มาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีท่าทีค่อนข้างแข็งกร้าวต่อรัฐบาลทหารเมียนมา ก็ได้ออกมาประณามการประหารชีวิตที่เกิดขึ้น
นายไซฟุดดิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซียระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลทหารเมียนมาทำนี้ ไม่ต่างจากการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและมองว่าชาติสมาชิกอาเซียนควรตอบสนองต่อประเด็นนี้อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางเมียนมาเคยประกาศว่า จะกลับมารื้อฟื้นการประหารชีวิตนักโทษอีกครั้ง โดยมีการตัดสินโทษประหารแก่นักโทษจำนวน 113 คน
นายกฯ ปลื้ม Agoda ยกกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 นักท่องเที่ยว
ค่าเงินบาท “ทรงตัว” เปิดที่ 36.70 บาทต่อดอลลาร์