เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงระดับโลกที่อยู่ในความสนใจของใครหลายคน สำหรับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน จากข่าวที่ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ อาจจะมีแผนเดินทางไปเยือนไต้หวัน ซึ่งทางการจีนมองว่า เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการจีนเดียวที่มองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไม่สามารถดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตได้ด้วยตัวเอง
โดยหากเพโลซีเดินทางเยือนไต้หวันจริง จะเท่ากับเป็นการรับรองสถานะเอกราชให้กับไต้หวัน และเตือนว่า “ใครก็ตามที่เล่นกับไฟ จะต้องถูกแผดเผา”
ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เริ่มเยือนเอเชีย
ชาวไต้หวันซ้อมหลบภัย-ฝึกใช้อาวุธ หวั่นจีนบุก
ไต้หวันส่งเครื่องบินรบ เตือนเครื่องบินจีนบินเข้าใกล้
จีนได้เตือนถึง "ผลกระทบร้ายแรง" ของการไปเยือนไต้หวันของเพโลซีที่วางแผนไว้ และย้ำว่ากองทัพจีน “จะไม่นิ่งเฉย” หากจีนรู้สึกว่า “อำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนกำลังถูกคุกคาม”
จ้าวลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “เราอยากจะบอกสหรัฐฯ อีกครั้งว่า จีนพร้อม และกองทัพปลดแอกประชาชนจีนจะไม่มีวันนิ่งเฉย จีนจะตอบโต้อย่างเด็ดเดี่ยวและดำเนินมาตรการอย่างเข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน ... ส่วนมาตรการจะเป็นอย่างไรนั้น ถ้าเธอกล้าไปไต้หวัน ก็รอดูกัน”
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางคำขู่และความตึงเครียดที่กำลังรอปะทุ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไต้หวันและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ รายงานตรงกันว่า คาดว่าเพโลซีจะไปเยือนไต้หวันจริง แม้ไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทางที่เปิดเผยต่อสาธารณะของเพโลซี
เจ้าหน้าที่ไต้หวันเสริมว่า เธอคาดว่าจะอยู่ในไต้หวัน 1 คืน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเพโลซีจะเดินทางมาถึงไทเปเมื่อใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังทำงานเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของจีนในภูมิภาคนี้ และจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยให้เพโลซี
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน ย้ำแนวทางของสหรัฐฯ ว่าเพโลซีจะไปเยือนไต้หวันหรือไม่นั้น เป็นสิทธิ์การตัดสินใจของตัวเพโลซีเอง โดยเสริมว่า “เราไม่รู้ว่าประธานเพโลซีตั้งใจจะทำอะไร ... แต่สภาคองเกรสเป็นที่ที่ทุกคนเป็นอิสระและเท่าเทียมกัน”
บลิงเคนกล่าวว่า ในอดีตเคยมีสมาชิกสภาคองเกรสไปเยือนไต้หวันมาก่อนแล้ว “ดังนั้น หากเพโลซีตัดสินใจที่จะเยือนจีน และจีนพยายามสร้างวิกฤตบางอย่างหรือเพิ่มความตึงเครียด นั่นก็ขึ้นอยู่กับจีนเอง”
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน และประธานาธิบดีจีน สีจิ้นผิง ได้พูดคุยกันผ่านโทรศัพท์นาน 2 ชั่วโมง 17 นาทีในสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อหารือเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ แม้ไบเดนจะพูดต่อสาธารณชนว่า กองทัพสหรัฐฯ ไม่คิดว่าเป็นเวลาที่ดีที่เพโลซีจะไปเยือนไต้หวัน แต่เขาก็ไม่ได้หยุดเธอโดยตรงว่าอย่าไป
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP
“ปูติน” เผย “สงครามนิวเคลียร์” เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
เลขาฯ ยูเอ็น เตือนสถานการณ์โลก ตกอยู่ในความเสี่ยงเกิดสงครามนิวเคลียร์