แหล่งข่าวรายหนึ่งบอกกับสำนักข่าว Washington Post ว่า การบุกค้น Mar-a-Lago รีสอร์ตหรูของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา ก็เพื่อค้นหา “เอกสารลับที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์” รวมถึงเอกสารสำคัญอื่น ๆ
ทั้งนี้ ไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เอกสารลับดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อมูลประเภทใด หรือเอกสารดังกล่าวได้รับการกู้คืนมาสำเร็จหรือไม่
มีหลักฐานฟ้อง “ทรัมป์” เกี่ยวพันเหตุจลาจลบุกรัฐสภาสหรัฐฯ 6 ม.ค.
การเปิดเผยดังกล่าวเพิ่มเหตุผลสำคัญให้กับการตัดสินใจของกระทรวงยุติธรรมในการบุกค้นบ้านของอดีตประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่แทบไม่เคยปรากฏมาก่อน
ตามรายงานก่อนหน้านี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมและคัดแยกเอกสารของประธานาธิบดี กล่าวระบุว่า มีเอกสารบันทึกประธานาธิบดีและเอกสารลับต่าง ๆ หายไปจากทำเนียบขาว และในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา มีการค้นพบเอกสารสำคัญเหล่านั้นบางส่วนที่ Mar-a-Lago เป็นจำนวน 15 กล่อง ทำให้เชื่อว่า ยังมีเอกสารลับอีกจำนวนหนึ่งถูกมาไว้ที่นี่เช่นกัน
แม้ว่าอัยการสูงสุด เมอร์ริก การ์แลนด์ จะปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการบุกค้นดังกล่าว แต่เขากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (11 ส.ค.) ว่า เขาเป็นคนอนุมัติค้นรีสอร์ตของทรัมป์ในฟลอริดาด้วยตัวเอง ซึ่งตอกย้ำว่า เอกสารที่หายไปอาจมีผลต่อความมั่นคงของชาติ
มีรายงานว่า ก่อนลงจากตำแหน่ง ทรัมป์ยึดติดกับการพัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เป็นพิเศษ
ในช่วงฤดูร้อนปี 2017 เขาบอกกับผู้นำกองทัพสหรัฐฯ ว่า เขาต้องการคลังอาวุธที่เทียบเท่ากับเมื่อครั้งยุคสงครามเย็น ซึ่งอาจต้องเพิ่มอาวุธขึ้นเป็นสิบเท่า และทรัมป์เคยบอกต่อสาธารณชนว่า จะลบล้างทั้งเกาหลีเหนือและอัฟกานิสถาน
ในหนังสือเรื่อง Rage ซึ่งบันทึกเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ บ็อบ วู้ดเวิร์ด ผู้เขียน อ้างว่าอดีตประธานาธิบดีเคยบอกกับเขาว่า “เรามีสิ่งที่คุณไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อน เรามีเรื่องที่ปูตินและสีจิ้นผิงไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่มีใครรู้ สิ่งที่เรามีนั้นช่างเหลือเชื่อ”
วู้ดเวิร์ดกล่าวว่าในเวลาต่อมาว่า เขาได้รับแจ้งว่าสหรัฐฯ มีระบบอาวุธใหม่ที่ไม่ระบุชื่อจริง ๆ และเจ้าหน้าที่ต่างประหลาดใจที่ทรัมป์เปิดเผยข้อเท็จจริงนี้ออกมาในหนังสือ
ด้าน เชอริล โรเฟอร์ นักเคมีที่ทำงานเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ Los Alamos กล่าวในประเด็นเอกสารเกี่ยวกับนิวเคลียร์ว่า มีระดับการจำแนกประเภทเอกสารที่แตกต่างกันหลายประเภท
“ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบอาวุธนิวเคลียร์เรียกว่า ข้อมูลหวงห้าม ซึ่งเป็นเอกสารชนิด ‘ลับแต่กำเนิด’ คือมันต้องเป็นความลับจนกว่าจะมีคำสั่งไม่ให้ต้องเก็บเป็นความลับ ... ไม่มีเหตุผลที่อดีตประธานาธิบดีจะมีข้อมูลการออกแบบอาวุธนิวเคลียร์ที่ฉันสามารถเข้าถึงได้” เธอบอก
โรเฟอร์เสริมว่า ในบรรดาเอกสารเกี่ยวกับนิวเคลียร์ที่ทรัมป์เข้าถึงได้นั้น มี Nuclear Posture Review หรือเอกสารเกี่ยวกับความสามารถและนโยบายทางทหารของสหรัฐฯ รวมถึงกระเป๋าเอกสารที่มีตัวกดคำสั่งการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์
ความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งที่โรเฟอร์ประเมินได้คือ ทรัมป์อาจเก็บ “บิสกิตนิวเคลียร์” ไว้ บิสกิตที่ว่านี้คือชิ้นส่วนของพลาสติก เช่น บัตรเครดิต ที่มีรหัสที่จำเป็นสำหรับการยิงอาวุธนิวเคลียร์ แต่รหัสเหล่านั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนประธานาธิบดี ซึ่งเมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่งตอนเที่ยงของวันที่ 20 ม.ค. 2021 รหัสดังกล่าวก็ถูกเปลี่ยนไปแล้ว
เรียบเรียงจาก CNN / The Guardian / Washington Post
ภาพจาก AFP